เคล็ด(ไม่)ลับ51 โอกาสทองเป็นของใคร

เคล็ด(ไม่)ลับ51

เคล็ด(ไม่)ลับ51

เมื่อถึงขั้นตอนการว่าจ้าง แต่ไหนแต่ไรการเลือกเป็นอำนาจ ของนายจ้างอยู่แล้ว เรามักลืมตัวและคิดว่า มีคนอยากสมัครงานกับเรามากมาย แล้วคนที่เราคัดเลือกไว้ในที่สุดจะรอนายจ้างเพียงรายเดียว (ซึ่งก็คือเรา)

ดังนั้น เรามักประหลาดใจที่พบว่า หลังจากที่เราใช้เวลาตัดสิน อย่างรอบคอบและคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือเพียงแค่สามสี่คน ผู้สมัครที่เราเลือก กลับมีทางเลือกของเขาเองเช่นกัน

คุณต้องแน่ใจว่า ข้อเสนอของคุณท้าทายและถูกใจคนที่ไม่ตั้งใจ หางานและช่างเลือก เนื่องจากคุณต้องแข่งขันกับนายจ้างหลายราย ที่คุณไม่รู้จัก ซึ่งอาจเสนอเงินเดือนที่สูงกว่าและคว้าผู้สมัครที่ดีที่สุดไป แต่คุณเพิ่มโอกาสของความสำเร็จได้เมื่อคุณปรับข้อเสนอของคุณ

  • คำนวณอย่างละเอียดและรวดเร็วว่า ผู้สมัครมีรายได้เท่าไรและผู้ สมัครคาดหวังว่าจะได้รับเงินเดือนเท่าไร ความจริงแล้ว คนที่แสดงความต้องการก่อน มักเป็นฝ่ายเสีย เปรียบในการต่อรองเงินเดือน เพราะผู้ ที่มีอํานาจต่อรองคือคนที่มีข้อมูล ถ้าคุณเป็นฝ่ายเริ่มถามถึงความคาดหวัง ของผู้สมัคร คุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เมื่อคุณยื่นข้อเสนอ เช่น ถ้าคุณรู้ว่าผู้สมัครมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์เริ่มต้น ของคุณมาก นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้สมัครจะได้ข้อเสนอที่ไม่ต่ำเกินไป แต่หากผู้สมัครมีรายได้สูงกว่าเกณฑ์ของคุณมาก คุณอาจต้อง คิดหาวิธียื่นข้อเสนอให้น่าสนใจมากขึ้น
  • วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันผู้สมัครได้รับสวัสดิการอะไรบ้างและมีสภาพ การจ้างอย่างไร บางที่ผู้สมัครอาจทำงานอยู่ในกะที่สอง แต่คุณกำลังเสนองานกะแรกให้เขา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ หรือต้องคิดหา วิธีที่แสดงให้ผู้สมัครเห็นได้ว่า สวัสดิการที่คุณเสนอให้นั้นดีกว่า ที่เขาได้รับอยู่ในปัจจุบัน หรือที่บริษัทคู่แข่งเสนอ
  • ควรเปรียบเทียบให้ผู้สมัครเห็นได้ชัดเจนระหว่างการสนทนา ถ้าคุณ เสนอฐานเงินเดือนที่ต่ำกว่าแต่เมื่อรวมสิทธิประโยชน์อื่นด้วย แล้วกลับได้มากกว่า คุณควรกล่าวถึงจุดได้เปรียบนี้ให้ชัดเจน ย้ำถึงค่าตอบแทนโดยรวม เช่น ฐานเงินเดือน เงินเพิ่มพิเศษ รวมถึงค่าตอบแทนทั้งทางตรงและทางอ้อม
  • สนทนาถึงผลประโยชน์ที่จับต้องไม่ได้จากการร่วมงานกับองค์กร บางทีคุณอาจเสนอสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หรือบริษัทมีวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความเติบโตจากภายใน ควบคู่กับการฝึกอบรมที่ต่อเนื่องเพื่อช่วยพัฒนาให้พนักงานก้าวหน้า อยู่เสมอ กล่าวย้ำจุดดีของบริษัทในเชิงบวก เช่น ชื่อเสียงของบริษัท ความมั่นคง สินค้าและบริการที่เป็นที่รู้จัก สถิติความปลอดภัย และ การเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรม
  • ควรปล่อยให้ผู้สมัครเป็นฝ่ายเสนอบ้าง ถามผู้สมัครว่าข้อเสนอ แบบไหนที่เขาคิดว่าปฏิเสธไม่ลง คุณอาจแปลกใจ คำตอบอาจเป็น ผลประโยชน์ที่เป็นนามธรรม หรือคำขอที่แสนจะธรรมดาซึ่งคุณ จัดให้ได้ หรือแม้ว่าการถามนั้น อาจทำให้คุณได้เปรียบบริษัทอื่น ที่มักให้ข้อเสนอแก่ผู้สมัครแบบเอาก็ช่าง ไม่เอาก็ช่าง
  • อย่าลืมปิดการขาย เมื่อคุณยื่นข้อเสนอแล้ว ปูเสื่อรอได้เลย! ควรแสดงให้ผู้สมัครรู้ว่าคุณตื่นเต้นเพียงใดที่เขาจะมาร่วมงานด้วย เพื่อนร่วมงานทุกคนรอคอยคนแบบเขาเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้ เพียงใด แสดงออกว่าคุณเห็นอะไรในตัวเขานอกเหนือจากประวัติย่อ ที่น่าสนใจ คุณเห็นเขาเป็นผู้ที่มากความสามารถและบุคลิกภาพ เหมาะสมจริงๆ
  • ควรให้เวลาพิจารณาตอบรับ ผู้สมัครบางคนอาจต้องการเวลาคิด เกี่ยวกับข้อเสนอของคุณ พิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับตัวเลข และปรึกษาหารือกับครอบครัวหรือเพื่อน ควรให้เวลาพอสมควรแก่ ผู้สมัครเพื่อตอบรับหรือปฏิเสธข้อเสนอ ควรมีความยืดหยุ่นด้าน เวลาด้วย หากผู้สมัครต้องการไปพักผ่อนสักสองสัปดาห์ก่อน เริ่มงานใหม่ (หรือเขากำลังจะแต่งงานในอีกหกเดือนข้างหน้า) คุณต้องหาวิธียืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่คู่แข่งของคุณ อาจไม่ยอมก็ได้

When the hiring process From time immemorial, choosing is power. Of the employer We often forget ourselves and think that There are many people wanting to apply for jobs with us. And the person that we have chosen will eventually wait for only one employer (Which is us)

Therefore, we are often surprised to find that After we take the time to judge Carefully and only three to four candidates left. Candidates that we choose Instead have his own choices as well

You must be sure Your proposal is challenging and pleasing to unintentional people. Find a job and mechanic choose Because you have to compete with many employers You don’t know Which may offer a higher salary and grab the best candidate But you can increase your chances of success when you adjust your proposal.

เคล็ด(ไม่)ลับ51

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com