เรื่องทั้งหมดโดย admin

เคล็ด(ไม่)ลับ34 คำเตือนประวัติย่ออาจทำให้หัวหมุน

เคล็ด(ไม่)ลับ34

เคล็ด(ไม่)ลับ34

ในฐานะผู้จัดการสรรหา คุณได้รับประวัติย่อควบคู่กับใบสมัคร เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นช่วยคุณในการตัดสินใจจ้างงาน คุณได้ทราบถึง วุฒิการศึกษา รายละเอียดของประสบการณ์จากงานเดิม และเน้นถึงความสามารถที่ผู้สมัครมี ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ มาอยู่ในมือที่ปลายนิ้ว คุณนี่เอง

แต่มันเป็นจริงไหม บางทีก็ไม่ ผู้สมัครที่เขี้ยวๆ ทราบดีว่าประวัติ ย่อนั้นเป็นเสมือนเครื่องมือทางการตลาดของเขา และเขาจะเพิ่มหรือลด ข้อมูลอะไรบางอย่างเพื่อให้เขาดูดีที่สุดก็ได้ คุณเองก็อาจทำอย่างนี้กับ ประวัติของคุณเหมือนกัน

ผู้สมัครอาจไม่จำต้องพูดปดก็ได้ แต่คุณเชื่อบนพื้นฐานของความน่าจะเป็นได้เลยว่า ต้องมีเหตุผลที่เขาเหล่านั้นบิดเบือนภูมิหลังหรือข้อมูล

บางอย่างเพื่อให้เขาดูดี ผู้สมัครที่ฉลาด เข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างความ ประทับใจแต่แรก ผลก็คือ คุณต้องทำ อะไรบางอย่างในอันที่จะขุดค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ออกมาให้ได้จาก เอกสารของผู้สมัคร

ผู้จัดการสรรหาต้องมีเครื่องมือ ป้องกันของตัวเองที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการค้นหาความจริงจาก ผู้สมัคร ประโยคต่อไปนี้ น่าจะช่วย ให้เครื่องมือจับผิดของคุณหมุนเร็วจี๋ และตีความจากถ้อยคำเหล่านั้น

  • “จะอธิบายในตอนสัมภาษณ์” ที่ระบุไว้บนใบสมัครแปลว่า มีเรื่องที่ยุ่งยากซ่อนอยู่ในคำตอบที่คุณกำลังดูอยู่และน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก
  • ในช่องของ “เงินเดือนที่ต้องการ” หรือ “เงินเดือนเดิม” ทิ้งว่างไว้ แปลว่าอาจมีความผิดปกติในค่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นอัตราที่คุณเสนอ หรือจำนวนที่ผู้สมัครคาดหวัง
  • การที่ไม่กรอกข้อความอาจหมายความว่า หากใส่ลงไป อาจทำให้ไม่ได้งานก็ได้
  • การละเลยในเรื่องวันที่บนใบสมัครหรือประวัติ อาจหมายถึงว่าประสบการณ์หรือการศึกษานั้นล้าสมัย
  • การอธิบายไม่ชัดเจน อาจหมายถึงการไม่อยากให้รายละเอียด
  • ตรงบรรทัดแรกของประวัติที่ระบุถึงวัตถุประสงค์ของการสมัครว่า “ต้องการเป็นผู้สมัครที่โดดเด่นและสร้างผลงานที่มีคุณค่า” หมายถึง การใช้ถ้อยคำสำนวนที่ฟังดูดีเพื่อซ่อนความจริงที่ไม่สามารถเติมเต็มได้
  • การระบุถึงภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่าจะบอกถึงผลงานความสำเร็จในประวัติอาจหมายความว่า ผู้สมัครไม่เคยประสบความสำเร็จที่จะชูให้โดดเด่นเหนือกว่าผู้สมัครอื่น

เมื่อเครื่องมือจับผิดของคุณหมุนร้องเตือน ให้ใช้คำถามเชิงหยั่ง ซึ่งจะทำให้ทราบถึงสิ่งที่ผู้สมัครอาจซ่อนไว้ เช่น

  • ที่คุณระบุไว้ว่า “จะอธิบายในตอนสัมภาษณ์” ทำไมหรือ คุณมีอะไรจะบอกหรือ
  • งานเดิมคุณมีรายได้เท่าไร ปัจจุบันคุณมีเงินเดือนเท่าใด
  • คุณอาจลืมใส่ข้อความตรงนี้ จะเติมตอนนี้ไหม
  • คุณจบการศึกษาตั้งแต่เมื่อใด คุณทำอะไรในช่วงห้าปีที่คุณไม่ได้ระบุในประวัติ
  • กรุณาเล่าเพิ่มเติมว่าในงานนี้คุณทำอะไรบ้าง
  • คุณมองหางานอะไรในก้าวต่อไป คุณมีแรงจูงใจอะไรให้มองหางานใหม่
  • ช่วยบอกถึงผลงานเด่นๆ ของคุณสักสองสามอย่างในงานเดิม

Recruitment managers must have tools. Effective protection itself To use to find the truth from the applicant, the following sentence should help the tool catch your speed. And interpreted from those words

“Will be explained in the interview” specified on the application, meaning There is a tricky story hidden in the answer you’re looking at, and probably not a good story.

In the box of “Preferred Salary” or “Old Salary”, leave blank, meaning that there may be irregularities in wages. Whether the rate you offer Or the amount that the applicant expects

Failure to fill out the text may mean that if you enter it, it may not work.

Neglect of the date on the application or history It may mean that the experience or education is outdated.

The explanation is not clear. It may mean not wanting the details

At the first line of the history that indicates the purpose of the application “Wanting to be an outstanding candidate and create valuable work” means using words that look good to hide the truth that cannot be fulfilled.

Identifying missions and responsibilities rather than describing work. Success in history may mean that Candidates never succeeded to stand out above other candidates.

When your faulty tool spins a warning To use fathom questions This will make you aware of things that the applicant may have hidden such as

That you specified that “Will explain in the interview” Why or do you have something to say?

เคล็ด(ไม่)ลับ34

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ33 อย่ารอจนมีตำแหน่งว่าง

เคล็ด(ไม่)ลับ33

เคล็ด(ไม่)ลับ33

นี่คือภาพที่เกิดขึ้นเสมอ พนักงานดาวเด่นในตำแหน่งสำคัญ แจ้งการลาออก สิ่งแรกที่คุณทำคือการเริ่มกระบวนการหาคนมาแทน

คุณช้าไปเสียแล้ว หากคุณเสียเวลารอจนได้รับการลาออก อย่างเป็นทางการจึงจะลงมือเสาะหาคนเก่งมาแทนที่ พนักงานนั้นมีการ สืบเสาะหาตำแหน่งงานใหม่หรือสูงกว่าเดิมอยู่เสมอ (คุณก็คงทำแบบเดียวกันบ้างแหละ) ฉะนั้น เพื่อให้ดูยุติธรรม คุณน่าจะคิดล่วงหน้า หรือแม้แต่ทาบทามคนอื่นบ้าง เพราะคุณอาจได้รับคำบอกกล่าวล่วงหน้า เพียงสองอาทิตย์เท่านั้น

เมื่อมันต้องใช้เวลาบ้างในการหางานใหม่ ผู้จัดการงานสรรหาก็ต้องตระหนักเช่นกันว่า มันต้องใช้เวลาในการพัฒนาการสร้างสายสัมพันธ์ ปลูกสายใยที่จะเตรียมไว้ชักชวนคนมาสมัครงาน หรือแม้แต่การที่จะบ่มพนักงานที่มีศักยภาพที่จะก้าวไกลเพื่อให้มั่นใจว่ามีผู้สมัครที่ โดดเด่นเข้าแถวรอให้เลือก เมื่อมีตำแหน่งว่าง

ก่อนอื่นคือกระบวนการสรรหาไม่ได้เป็นแบบที่เคยเป็นแล้ว ลองนึกถึงภาพการสรรหาในสถาบัน หากคุณคิดเพียงว่าไปร่วมงานในวันสัมภาษณ์นักศึกษาปีสุดท้ายเพื่อขอแบ่งตัวคนเก่งๆ มาบ้าง คุณคิดผิด ช้าไปต๋อย! นายจ้างรายอื่นอาจผูกสัญญากับคนเก่งๆ ไว้ตั้งแต่ยัง น้องใหม่โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลน เช่นกลุ่มไฮเทค ผู้จัดการสรรหาที่คิดล่วงหน้าเหล่านั้น ไปพูดที่หน้าชั้น ร่วมงาน สถาบัน ลงโฆษณาในวารสารของสถาบัน อุปถัมภ์กิจกรรมต่างๆ พัฒนาโครงการฝึกงานและทำข้อผูกมัดไปก่อนแล้ว

ลองพลิกมาเป็นฝ่ายรุกบ้างด้วยการสอบถามพนักงานคุณเอง ใครจะมาแทนเขาได้บ้าง เหมือนอย่างเช่น CEO คนหนึ่งให้ผู้จัดการ เธอช่วยคิดหาคนแทนไว้อย่างน้อยคนละสามคน ในกรณีที่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทีมงานของเธอตั้งชื่อโครงการนี้ว่า “การเตรียม ความพร้อมหากถูกรถเมล์ชน” แต่ละคนได้รับคำร้องขอให้คิดว่าใครจะมาแทนที่ได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ อย่างนั้น

ผู้บริหารของที่นั่นถูกกระตุ้นให้ไปร่วมกิจกรรมของหอการค้า ท้องถิ่นและการประชุมของเครือข่ายทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เข้าร่วม เป็นสมาชิกขององค์กรทางวิชาชีพ เลือกเชิญคนมาร่วมรับประทานอาหารด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้หาคนที่พร้อมจะมาแทนที่ได้ในกรณีที่ต้องมีคนหายไปเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันหรือแม้แต่การยื่นใบลาออก

หากคุณให้พนักงานของคุณเป็นผู้เพาะสายสัมพันธ์กับคนที่มา ทดแทนได้ ต้องมั่นใจว่าเขารู้ว่าจะต้องพูดถึงบริษัทหรืองานในมุมดีๆ ได้อย่างไร คุณต้องการให้เขากระจายข่าวออกไปเกี่ยวกับ “นายจ้าง ในฝัน”

  • เปิดรับใบสมัครหรือประวัติส่วนตัว แม้คุณจะไม่มีตำแหน่งว่าง เพราะ นี้จะทำให้คุณได้ประวัติของผู้สมัครที่สนใจงาน
  • สัมภาษณ์ผู้สมัครไปเรื่อยๆ แม้จะไม่มีตำแหน่งว่าง เสาะหาผู้สมัครที่โดดเด่นเพื่อมาเสริมทีมที่มีอยู่
  • อาจต้องรับผู้สมัครที่โดดเด่นเข้ามาก่อนแม้จะยังไม่มีตำแหน่งให้ลง หากเขามีทักษะที่เหมาะสมและสถานการณ์เป็นใจ ลองจ้างแบบ ช่วงสั้นๆ หรือเป็นพนักงานชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะมีตำแหน่งงาน เปิดให้ให้เกียรติสัมภาษณ์ผู้สมัครที่พนักงานหรือผู้บริหารแนะนำมาเพื่อค้นหาคนเก่งๆ
  • ให้ลูกน้องคุณกำหนดคนแทนที่เขาสักหนึ่งถึงสามคนทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร จัดประชุมระหว่างอาหารกลางวันง่ายๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกน้องเปิดเผยเกี่ยวกับหน้าที่การงานเพื่อช่วยหาคนมาแทน
  • สนับสนุนให้พนักงานแนะนำผู้สมัครจากเพื่อนร่วมงานเดิมเพื่อนบ้านหรือมิตรสหาย
  • ดำเนินการเสาะหาผู้สมัครอย่างต่อเนื่องโดยวิธีการสรรหาโดยตรงลองนึกถึงคู่ค้า นายจ้างอื่นๆ โดยการส่งพนักงานบริการลูกค้าออกไป เยี่ยมเยียนคู่แข่ง เพื่อปรับปรุงงานบริการที่ดีเลิศ แจกนามบัตรหรือ การ์ดแมวมองหาคนเก่ง เพื่อกระตุ้นให้พนักงานโทร.ไปติดต่อ
  • ต้องกระตือรือร้นในงานของคุณตลอดเวลา และหมั่นไปร่วมประชุมเครือข่ายเสมอๆ

อย่าลืมนึกถึงงานของคุณ ต้องหาคนที่จะทดแทนตัวคุณด้วย เพื่อคุณจะโชคร้ายจากรถเมล์ ขณะเดียวกันสอดส่องในองค์กร คุณว่าตำแหน่งไหนที่คุณอยากจะไปโต

May have to pick up outstanding candidates before even having no positions If he has the right skills and circumstances, try to hire a short-term or temporary employee until he has a job position. Open to honor the interview of applicants that employees or executives recommend to find talented people

Let your subordinates assign people to replace one or three people, both from within and outside the organization. Organize a meeting between simple lunches In order to allow the subordinates to reveal about their work to help find a replacement

Encourage employees to suggest candidates from former colleagues, neighbors or friends.

Continue to search for candidates by direct recruitment. Think about other employers’ partners by sending out customer service personnel. Visiting competitors To improve service excellence Give away business cards or Sentinel card for good people To encourage employees to call

Be enthusiastic about your work at all times. And always join the network meeting

Don’t forget to think of your work. Must find someone who will replace you as well So you are unlucky from the bus At the same time, surveillance in the organization. What position do you want to grow?

เคล็ด(ไม่)ลับ33

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ32 ยอมเสียมารยาทบ้าง ไม่ต้องทำตามแม่สอน

เคล็ด(ไม่)ลับ32

เคล็ด(ไม่)ลับ32

แม่คุณคงเคยสอนให้คุณเป็นคนสุภาพ นั่งตัวตรง เวลาเคี้ยว ต้องปิดปากและอย่าพูดขัดจังหวะใคร

คุณแม่คุณผิดเสียแล้ว!

แต่ก็เฉพาะในเรื่องของการขัดจังหวะ แต่นั่นอาจเป็นเพราะแม่คุณไม่เคยเป็นผู้สัมภาษณ์ในโลกยุคพัฒนาที่กฎหมายการเลือกปฏิบัติมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง

สมมติว่าคุณเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “กรุณาเล่าเกี่ยวกับตัวคุณค่ะ” มันอาจจะดูเหมือนว่า นี่คือทางที่ดีที่สุดที่จะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครเล่าถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขา แล้วเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะถามคำถามกว้างๆ แบบนี้ ด้วยหวังจะได้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ ในงานเดิม ภูมิหลังทางการศึกษาและ ข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับหน้าที่การงาน แต่ คุณกลับได้คำบรรยายละเอียดเกี่ยวกับ สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร การ เลี้ยงดูบุตร หรือประเด็นอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยว กับเรื่องงาน ถึงแม้จะเสียมารยาทแต่ ไม่ผิดที่จะตัดบทการสนทนาเสีย

ผู้บริหารบางคนอาจคิดแบบอ่อนพรรษาว่าเพราะผู้สมัครเปิดเผย ข้อมูลด้วยความสมัครใจเอง ก็อาจยอมรับได้ แต่คุณต้องพึงระลึกว่า คุณไม่ได้ถูกละเว้นจากการผิดกฎหมายเลือกปฏิบัติเพียงเพราะผู้สมัคร อยากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวด้วยความสมัครใจเอง

เนื่องด้วยนายจ้างมีภาระที่ต้องพิสูจน์ในคดีการเลือกปฏิบัติ ประเด็นที่ต้องพิสูจน์คือนายจ้างต้องยืนยันว่า ไม่ได้ใช้ข้อมูล เหล่านั้นในการตัดสินใจจ้าง และหรือ เมื่อคุณตัดสินใจจ้างผู้ชายหลังจาก ปฏิเสธผู้หญิงที่เปิดเผยถึงสถานภาพ การสมรสหรือเกี่ยวกับบุตร มันพิสูจน์ ยากว่าข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้นำมาใช้ใน การตัดสินใจ

เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ ให้ยึดคำถามที่เกี่ยวกับงานโดยตรงจะ ดีกว่า หากคุณใช้คำถามเดียวกันกับผู้สมัครทุกคน คุณจะสะดวกมาก ในการยืนยันว่าคุณสนใจสอบถามประเด็นเดียวกันกับผู้สมัครทุกคน

ดึงผู้สมัครให้ออกห่างจากหัวข้อที่อันตรายแม้จะเปิดเผยด้วย ไมตรีจิตและตามมารยาทสังคม ตัวอย่างเช่น คุณถามคำถามผิดว่า “กรุณาเล่าเกี่ยวกับตัวคุณด้วย” ทันใดนั้นผู้สมัครก็เปิดเผยว่าเธอมี ลูกสิบคนและหย่าแล้ว หยุดการสนทนาทันที่แม้จะรู้สึกว่าคุณ เสียมารยาท คุณแม่คุณอาจตำหนิแต่เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย

นี่คือคำแนะนำที่จะตัดบทการสนทนาและดึงกลับมาที่คําถาม เกี่ยวข้องกับงาน

  • ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่ดิฉันอยากให้เราใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับเรื่องงานมากกว่า ฉะนั้น กรุณาเล่าเรื่อง ดี กว่าค่ะ
  • ดิฉันไม่อยากเสียมารยาท แต่เรามีเวลาเพียงสามสิบนาทีสำหรับการสัมภาษณ์ อยากให้เวลากับเรื่องงานและประสบการณ์ของคุณให้มาก ช่วยเน้นถึง………
  • ขอย้อนกลับไปที่คำถามตอนต้นอีกครั้ง
  • ขอให้เราสนทนาตามประเด็นที่ได้เตรียมไว้ ขอถามว่า……..

การขัดจังหวะอาจทำให้ดูเงอะงะหรือไม่ค่อยจะราบรื่นนัก แต่ย่อมดีกว่าที่จะปล่อยให้ผู้สมัครเล่าเรื่องส่วนตัวหรือไม่เหมาะสม ซึ่งอาจนำมาฟ้องร้องคุณได้ หากผู้สมัครไม่ได้รับการว่าจ้างและฟ้องร้องว่า คุณเลือกปฏิบัติ

Pulling the candidates away from dangerous topics, even when exposed Goodwill and social etiquette. For example, you ask the wrong question. “Please tell me about yourself.” Suddenly, the applicant revealed that she had Ten children and divorced Stop the conversation immediately, even if you feel that you lose manners. You may blame you, but you are not there.

This is a suggestion to cut the conversation and pull back to the question. Related to work

Sorry for interrupting But I want us to spend more time on the job, so please tell us better.

I don’t want to lose manners. But we only have thirty minutes for the interview Would like to give more time to your work and experience Help focus ………

Let’s go back to the beginning question again.

Let us discuss the issues that have been prepared. Ask … … ..

Interrupting may make it look clumsy or not smooth. But it is better to let the applicant tell personal or inappropriate stories Which may be brought against you If the applicant is not hired and sued You choose to practice

เคล็ด(ไม่)ลับ32

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ31 หลีกเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับศาสนา

เคล็ด(ไม่)ลับ31

เคล็ด(ไม่)ลับ31

เคยมีข้อแนะนำว่า ในระหว่างงานเลี้ยงมื้อค่ำ คุณไม่ควรหยิบ เรื่องศาสนาหรือการเมืองมาสนทนา การสัมภาษณ์ผู้สมัครงานก็เช่นกัน ไม่ใช่การไปเที่ยวแน่นอน ย่อมอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน ถ้าพูดถึงประเด็น เกี่ยวกับศาสนาเมื่อไหร่ กฎหมายก็เข้ามาจับผิดทันที

กฎหมายชี้ชัดเจนว่า เราไม่อาจหยิบประเด็นเกี่ยวกับความเชื่อของผู้สมัครมาเป็นข้ออ้างในการตัดสินใจจ้างงาน ฉะนั้น ขึ้นอยู่กับ ตัวคุณที่จะดำเนินการสัมภาษณ์ในทางที่ไม่นำคุณไปสู่ข้อหาการเลือก ปฏิบัติ คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าไม่ควรถามคำถามเหล่านี้

  • คุณไปโบสถ์ที่ไหน
  • คุณนับถือศาสนาเมโทดิสหรือเปล่า
  • โบสถ์ศาสนายิวของคุณตั้งอยู่ที่ไหน

อีกปัญหาหนึ่งก็คือ เรื่องของการจัดเวลาทำงานและการสัมภาษณ์ ถ้างานของคุณต้องการคนที่สามารถทำงานตามตาราง หากการทำงานมีเวลาที่ยืดหยุ่น หรือทำงานในวันหยุด

ทางศาสนา คุณควรสอบถามจากผู้สมัคร ทุกคนว่า “หากโรงงานของเราต้องทำในวันเสาร์สองวันและวันอาทิตย์สองวัน ในแต่ละเดือน คุณจะขัดข้องไหม”

หากผู้สมัครได้แจ้งไว้แล้วว่าเขาไม่ สามารถทำงานในบางวันได้ เพราะหลัก ทางศาสนาหรือความเชื่อของเขา อย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธผู้สมัครนั้น นายจ้างมีพันธะองพิจารณาว่าจะปรับเปลี่ยนตารางได้หรือไม่ เช่น หากได้กำหนดให้ลูกจ้างต้องทำงานเดือนละสองเสาร์และสองอาทิตย์ แต่ลูกจ้างปฎิบัติงานไม่ได้เพราะความเชื่อของเขา บางที่อาจจัดตารางให้เขาทำงานวันอาทิตย์สี่วันแทนก็ได้

ในกรณีเดียวกัน หากผู้สมัคร หรือพนักงานแจ้งไว้ว่า เขาอาจต้องคลุมหน้าหรือสวมใส่เสื้อผ้าตามที่ ศาสนากำหนดในช่วงเวลาทำงานหรือ สัมภาษณ์ คุณมีพันธะต้องอนุญาต ตราบใดที่ไม่ได้สร้างภาระหรือจ่ายเงิน เพิ่มใดๆ การอนุญาตนี้เป็นเรื่องง่ายๆ เหมือนการกําหนดระเบียบการแต่งกาย

อย่างไรก็ตาม คุณต้องฉุกคิดด้วยว่าเครื่องแต่งกายแบบนั้น ต้องไม่ก่ออันตรายในระบบความปลอดภัยด้วย ปัญหาของผู้จัดการ สรรหาคัดเลือกก็คือค่อนข้างยากที่จะออกระเบียบให้เหมาะสมกับทุกๆ กรณี ผู้บริหารต้องคอยประเมินข้อเท็จจริงของสถานการณ์และใช้ดุลพินิจ ให้เหมาะสมทั้งแก่ธุรกิจและสิทธิของพนักงานหรือผู้สมัครด้วย

ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ มีข้อถกเถียงกันถึงสิทธิของพนักงาน นุสลิมในที่ทํางาน มสลิมต้องละหมาดวันละห้าครั้งตั้งแต่เช้ามืดถึงช่วงค่ำ หมายความว่า พนักงานต้องปฏิบัติตามความเชื่อของเขาสอง ถึงสามครั้งในช่วงเวลางาน แม้การสวดจะสั้นแต่ต้องไม่มีการขัดจังหวะในช่วงดังกล่าว

โดยปกติสามารถกำหนดในช่วงเวลาพักปกติได้แต่น่าจะกำหนด แยกออกไปจะดีกว่า นายจ้างบางรายจัดห้องให้ต่างหาก ซึ่งพนักงานอื่น ก็สามารถใช้ได้โดยการขออนุมัติล่วงหน้า มุสลิมยังต้องมีการสวดอีกในวันศุกร์ตอนกลางวัน ซึ่งกินเวลา ประมาณ 45 ถึง 90 นาที เพื่ออำนวยความสะดวก ควรอนุญาตให้ ขยายเวลาอาหารกลางวันออกไป

In the same case, if the applicant or employee stated that He may have to cover his face or wear clothes as Religion determined during working hours or interviews. You have a commitment to allow. As long as it doesn’t create any burden or pay extra, this permission is easy. Like setting the dress code

However, you have to think about that costume like that. Must not cause harm to the safety system as well Manager’s problem Recruiting is quite difficult to set up regulations to suit every case. Management must evaluate the facts of the situation and use discretion. To suit both the business and the rights of employees or applicants as well

For example, recently There is a debate about the rights of employees. Slim in the workplace Slim must pray five times a day from dawn to dusk, meaning that the employee must follow his faith. Three times during the event period Even though the prayers are short, there must be no interruption during that time.

เคล็ด(ไม่)ลับ31

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ30 อยากรู้มากไปอาจตัดอนาคต

เคล็ด(ไม่)ลับ30

เคล็ด(ไม่)ลับ30

มนุษย์โดยทั่วไป มักชอบช่วยเหลือและเป็นห่วงคนอื่น หากเราเห็นใครหิ้วถุง พะรุงพะรัง เรามักเสนอตัวช่วยแบ่งมาถือ เมื่อเรากำลังเห็นใครกำลังใช้ไม่เท้าพยายามเปิดประตูที่หนักๆ เรามักเสนอตัวเข้าช่วย หรือหากเราเห็นใครบางคนนั่งรถเข็น เรามักถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่คำถามที่ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือที่คล้ายๆ กัน อาจนำคุณไปสู่บ่วงได้ในระหว่างการสัมภาษณ์

หากคุรเห็นคนที่มีความผิดปกติทางร่างกาย คำถามท่ถามได้ในงานเลี่ยงสังสรรค์ อาจนำคุรไปสู่ศาลได้หากคุณหยิบมาถามในการสัมภาษณ์งาน ในการสัมภาษณ์เบื้องต้น หลังจากที่คุณทบทวนทำเนียบงานที่บ่งถึงหน้าที่หลักๆ แล้ว คุรอาจจะถามได้ว่า “คุณจะปฎิบัติตามภารกิจสำคัญส่วนนี้โดยใช้หรือไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ” คำถามนี้ควรหยิบมาถามผุ้สมัครทุกคน ไม่ว่าเขาจะพิการหรือไม่

ในบางครั้งผู้สมัครที่มีความพิการอาจร้องขออุปกรณ์ วึ่งอาจรวมถึงตอนที่ทดสอบความถนัดด้วย (เช่น ขอสอบปากเปล่าหรือสอบไม่จำกัดเวลา) หรือรวมทั้งการใช้ผู้ใบ้ภาษามือ ตราบใดที่เครื่องมือเหล่านั้นไม่สร้างความยุ่งยากหรือ ค่าใช้จ่ายใดๆ กฎหมายบังคับให้คุณต้องปฎิบัติตามคำร้องขอนั้นๆ

ถ้าผู้สมัครเปิดเผยว่ามีความบกพร่องทางร่างกายหรือคุณก็ไม่แน่ใจว่าเขาสามารถทำงานตามที่รับมอบหมายได้หรือไม่ เพราะความบกพร่องนั้น คุณสามารถถามอย่างถูกกฎหมายได้ว่า “กรุณาบอกหน่อยว่า คุณจะปฎิบัติภารกิจโดยใช้หรือไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยได้อย่างไร”

เมื่อผู้สมัครเปิดเผยว่าเขาปฎิบัติงานนั้นได้ คุณต้องถือว่าเค้าเป็นผู้สมัครที่มีความผิดปกติ คุณจะต้องพิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศเท่านั้นว่าจะปฎิบัติงานได้หรือไม่ และต้องพิจรณาภายใต้กฎหมายเงื่อนไขของผู้พิการ American with Disabilities Act (ADA)

อุปกรณ์ช่วยงานอาจทำขึ้นได้โดยใช้เงินเพียงเล็กน้อยหรือปรับแต่งนิดหน่อย ในความเป็นจริง 71 เปอร์เซ็นของอุปกรณ์ดังกล่าวราคาประมาณ 500 เหรียญ หรือต่ำกว่านิดหน่อย ขณะที่ 20 เปอร์เซ็นไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ได้จากการสอบถามจากเครื่อข่ายได้สนอุปกรณ์ช่วยทำงาน

คุณอาจจะอยากให้เกรียติแก่ผู้สมัครที่พิการโดยเลี่ยงใช้ภาษาสละสลวย เช่น แทนที่จะพูดว่า ครพิการที่นั่งรถเข็น อาจใช้คำแทนว่าผู้ที่นั่งรถเข็น ใช้คำว่าผู้ที่มีความบกพร่่องทางร่างกาย ดีกว่าที่จะใช้คำว่าทุพพลภาพ (ซึ่งทำให้นึกถึงคนพิการที่มักถือหมวกไว้ขอทาน) หรือคนพิการ

การเสนอความช่วยเหลือแก่คนพิการไม่ผิดหรอกแต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง ตัวอย่งเช่น อย่าไปจับแขนของผู้สมัครที่สายตาไม่ปกติ แต่ควรทำเพียงยื่นแขนของคุณไปให้เขาเกาะหรือบอกทางก็พอ ทางที่ดีควรให้เขาเป็นฝ่ายบอกว่า เขาต้องการความช่วยเหลือหรือสนับสนุนอย่างไรจะเหมาะสมกว่า

The auxiliary equipment may be made with little money or a little customization. In fact, 71 percent of such devices cost about 500 dollars or a little lower, while 20 percent have no cost at all. Which these numbers can be obtained from the inquiry from the network, which helps the device to work

You may want to be more cautious for disabled applicants by avoiding euphemism, for example, instead of saying Wheelchair seat May use the words instead of the wheelchair Use the word “person who has physical fitness” Better to use the term disability (Which reminds people with disabilities that often hold a hat to beggars) or people with disabilities

Offering assistance to people with disabilities is not wrong, but must be done carefully. For example, do not touch the arms of an applicant with unusual eyesight. But should do it only to put your arm to him. The best way is to have him say that He must ช่วยเหลือHow to help or support is more appropriate.

If the applicant is revealed to be physically impaired or you are not sure whether he can work as assigned or not Because of that defect You can ask legally that “Please tell me How do you perform a mission using or not using the help device? ”

เคล็ด(ไม่)ลับ30

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ29 ยังโสดไหม

เคล็ด(ไม่)ลับ29

เคล็ด(ไม่)ลับ29

ระหว่างการสัมภาษณ์ คุณเคยคิดไหมที่จะถามฝ่ายชายเกี่ยวกับสถานภาพสมรส อายุของบุตร หรือเขาจัดการเรื่องการดูแลเด็กอย่างไร คุณอาจจะไม่เคยคิด คำถามเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับงาน และไม่ได้ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าบุคคลนี้เหมาะสมกับตำแหน่งงานหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงยังคงถูกถามคำถามที่มีลักษณะเหมือนการเลือกปฎิบัติระหว่างสัมภาษณ์ก่อนการจ้างงานเป็นประจำ คำถามที่ไม่เคยถามผู้สมัครชายในตำแหน่งเดียวกัน มักจะเป็นคำถามที่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย

หลีกเลี่ยงคำถามที่มักจะถามเฉพาะผู้หญิง ไม่ถามผู้ชาย

  • คุณแต่งงานหรือยัง หรือยังเป็นโสด
  • คู่สมรสคุณจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับ…
  • คุณมีบุตรหรือเปล่า กี่คน
  • คุณจัดการดูแลเด็กอย่างไร
  • คุณวางแผนครอบครัวอย่างไร
  • คุณตั้งครรภ์อยู่หรือเปล่า

มีรายงานที่หน้าตกใจว่า ผู้จัดการงานสรรหาบางคนยังคงถามคำถามโง่ๆ และไม่เหมาะสม เช่น “คุรคุมกำเนิดวิธีไหน”

คำถามเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับงาน ดังนั้นอย่านำมาใช้ในระหว่างสัมภาษณ์ แม้แต่คำถามที่ว่า “คู่สมรสคุณคิดอย่างไร ที่เวลาร้อยละห้าสิบของคุณอยู่บนถนน” มันดูไม่เหมาะสมแม้จะเกี่ยวกับการทำงานก็ตาม เพราะมันมักจะเป็นคำถามที่ผู้หญิงถูกถาม ทชมันมากเกินไป

การพยายามถามอ้อมๆ เกี่ยวกับสถานภาพกสรสมรสก็ยังเป็นเรื่องที่ผิดอยู่ดี ผู้จัดการคนหนึ่งภูมิใจมากที่หาวิธีทำให้ผู้หญิงพูดถึงชีวิตส่วนตัว โดยพูดถึงแหวนที่เธอสวมอยู่หลายวง ถึงแม้อาจทำให้เธอ เล่าถึงชีวิตสมรสได้ แต่ยุทธวิธีนี้จะกลับมาทำร้ายคุณได้ภายหลัง ถ้าคุณเปิดประตูการสนทนาและเธอเดินเข้ามา คุรอาจจะต้องพิสูจน์ว่าคุณไม่ได้ใช้ข้อมูลนั้น เมื่อคุณตัดสินใจเลือกคนมาทำงาน

ถ้าคุณเป็นห่วงเกี่ยวกับความสมามรถหรือความเต็มใจที่จะเดินทางหรือทำตามงานที่กำหนด หรือเกี่ยวกับข้อความเงื่อนไขการจ้างงาน ลองใช้คำถามเหล่านี้

  • งานนี้จะต้องเดินางประมาณ 50 % ซึ่งจัดว่ามาก ลองบอกหน่อยว่า ในงานที่ผ่านมาที่คุณต้องมีตารางการเดินทางแบบนี้ คุณจัดการได้อย่างไร
  • งานนี้อาจจะต้องทำในวันหยุดสุดสัปดาห์และตอนค่ำบ้าง คุณเคยทำงานตามตารางในลักษณะนี้บ้างหรือไม่ และคุณรับมือกับมันอย่างไร

ถ้าคุณเป็นห่วงว่าผู้สมัครอาจมีปัญหาในการดูแลรับผิดชอบบุตร เพราะการมาปำิบัติงานและการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องที่สำคัญมากนี่คือคำถามที่ดีกว่าที่ควรใช้คำถาม

These questions are not about work. Therefore, do not use during the interview. Even the question “What do your spouses think? That fifty percent of your time is on the road. “It doesn’t look right even about work. Because it is often a question that women are asked Too much it

Trying to ask around Regarding marital status, it is still wrong. One manager is very proud to find ways to make women talk about personal life. By talking about rings that she wears in many rings Even though it may cause her Can tell about marriage But this strategy will come back to hurt you later If you open the conversation door and she comes in You may have to prove that you are not using that information. When you decide to choose someone to work

If you are worried about your ability or willingness to travel or follow a given job Or about the terms of employment conditions Try these questions.

This event will have to take about 50% of the women, which is very much considered. Try to tell me that In the past, you have to have this schedule. How do you manage
This event may have to be done on weekends and evenings. Have you ever worked in a table like this? And how do you handle it
If you are worried that the applicant may have problems with child care Because work and punctuality is a very important issue, this is a better question that should be used for questions.

เคล็ด(ไม่)ลับ29

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ28 อย่าถามถึงอายุนะเสียมารยาทจ้ะ

เคล็ด(ไม่)ลับ28

เคล็ด(ไม่)ลับ28

คุณแม่ของคุณเคยบอกว่ามันไม่สุภาพที่จะถามคนอื่นว่าเขาอายุเท่าไร เธอไม่เพียงแต่จะพูดถูกเท่านั้น เธอยังฉลาดมองการณ์ไกลถึงอนาคตทางการงานของคุณด้วย (แม้ว่าเธอจะไม่ทราบก็ตาม) การถามอายุในระหว่างการสัมภาษณ์ คุณอาจทำให้คุณถูกตบได้ ไม่ได้ตบหน้า แต่ตบโต๊ะ พร้อมด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายที่แพงมาก

มีคนหนึ่งที่ไม่ได้งานเพราะสาเหตุเรื่องอายุ กำลังฟ้องร้อง มหาวิทยาลัยแคปปิตอล คนที่เคยหวังให้เป็นนายจ้าง เป็นเงิน 4.6 ล้าน เหรียญสหรัฐ คุณคงไม่อยากจะเสี่ยงแบบนี้

แต่อัตราการเสี่ยงก็เพิ่มขึ้น ในปี 2005 มีคดีเลือกปฏิบัติ เกี่ยวกับอายุถึง 16,585 คดี และคดีเหล่านั้น EEOC ไกล่เกลี่ยได้ 14,076 ข้อหา โดยฝ่ายโจทก์เป็นผู้ได้ประโยชน์ มีเบี้ยปรับเป็นเงินชดเชยจำนวน 77.7 ล้านเหรียญสหรัฐให้แก่โจทก์และ ผู้เสียหายอื่น

ไม่ยากที่จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหรือการเสียเงินแต่ยังคงได้ข้อมูล ที่ต้องการสำหรับการตัดสินใจจ้างอย่างฉลาด

ข้อแรก อย่าถามคำถามที่เห็นอยู่ว่าอันตรายชัดๆ “คุณอายุเท่าไร”

ข้อสอง อย่าคิดว่าคุณจะพ้นข้อกล่าวหาเลือกปฏิบัติด้วย การถามอ้อมๆ ด้วยวิธีอื่น เช่น คุณอาจจะถูกกล่าวหาว่าเลือกปฏิบัติ คณถามคำถามอ้อมๆ เช่น “คุณเกิดเมื่อไหร่” หรือ “คุณจบมัธยมปลายเมื่อไหร่”

ข้อสาม ให้คำถามมุ่งไปที่หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการงาน และ  ผู้สมัครทุกคนเหมือนกัน ไม่ใช่ถามเฉพาะคนที่คุณคิดว่าจะทำงาน ไม่ได้เพราะปัจจัยด้านอายุ แล้วจะปลอดภัย ตัวอย่างเช่น หากคุณถาม เกี่ยวกับอายุต่ำสุดที่ต้องการ (“คุณอายุ ไม่ต่ำกว่า 18 ปีใช่ไหม”) ต้องมีเหตุผล ที่เกี่ยวข้องกับงานจึงจะถามได้

หรือบางที่คุณพิจารณาเห็นว่า ผู้สมัครดูท่าทางมีอายุและบอบบาง คุณกังวลไปเองว่าสภาพร่างกายของ ผู้สมัครจะทำงานได้หรือไม่ ถ้าคุณ ถามผู้สมัครทุกคนด้วยคำถามต่อไปนี้ คุณจะปลอดภัย ถามผู้สมัครทุกคนว่า “ผมได้ยกับคุณแล้วถึงหน้าที่สำคัญที่ต้องปฏิบัติสำหรับงานนี้ คุณสามารถปฏิบัติภารกิจส่วนสำคัญนี้ได้โดยต้องใช้หรือไม่ต้องใช้ อุปกรณ์ช่วยเหลือ”

คำถามเกี่ยวกับอายุอาจต้องถูกหยิบขึ้นมาเมื่อคุณกำลังพิจารณา ผู้สมัครที่เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ใหญ่มาก สำหรับตำแหน่งที่ มักจะเป็นของผู้สมัครที่เพิ่งจบมัธยมปลายหรือวิทยาลัยใหม่ๆ คุณอาจคิดถึง คุณสมบัติเกิน คำว่าคุณสมบัติเป็นอาจจะเป็นคำที่พาคุณไปสู่ศาลได้ คณะกรรมการโอกาสการจ้างงานที่เท่าเทียมกัน The Equal Eme. ment Opportunity Commission (EEOC) ได้กำหนดว่า คุณสมบัติเกิน หมายความว่า แก่เกินไป

ถ้าคุณกังวลว่าบางคนดูท่าจะคุณสมบัติเกิน คุณอาจจะถามว่า “คุณดูเหมือนมีประสบการณ์และคุณสมบัติสูงกว่าที่งานนี้ต้องการมีแรงจูงใจอะไรหรือถึงมาสมัครตำแหน่งนี้”

คุณต้องเปิดใจกว้างสำหรับคำตอบที่คุณจะได้รับจากคำถามนี้ ผู้สมัครอาจจะเพิ่งเกษียณจากงานประจำแต่ยังต้องการอยู่กับโลกการทำงาน หรือผู้สมัครอาจอยากเริ่มอาชีพใหม่และยอมรับคุณค่าของการ เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจใหม่จากพื้นฐาน ผู้สมัครอาจอยากกลับเข้ามาสู่ตลาดแรงงาน หลังจากการดูแลครอบครัวเสียสิบปี

และการเข้ามาในระดับต้นเป็นโอกาสดียิ่งในการพัฒนาความ ชำนาญและสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนวิชาชีพ หรือบุคคลนั้นอาจจะมีเป้าหมายทางการเงินที่การเข้ามาทำงานระดับต้นจะช่วยให้เป็นไปได้ เช่น การออมสำหรับการเกษียณโดยสมัครใจ หรือการเปิดบัญชีประกัน สังคมของเธอ เป็นต้น

If you are worried that some people will look beyond qualifications You may ask “You seem to have more experience and qualifications than what this job needs to be motivated or to apply for this position.”

You must be open-minded for the answers you will receive from this question. The applicant may have just retired from a regular job but still want to live with the working world. Or candidates may want to start a new career and accept the value of Start learning about new business from the basics Applicants may want to return to the labor market. After taking care of the family for ten years

And entering at the beginning level is a great opportunity to develop Specialize and build relationships with professional communities Or that person may have a financial goal that entry level work will be possible, such as voluntary retirement savings Or opening her social security account, etc.

เคล็ด(ไม่)ลับ28

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ27 คำถามชวนติดคุก

เคล็ด(ไม่)ลับ27

เคล็ด(ไม่)ลับ27

การถามคำถามนั้นดี เราได้เรียนรู้จากคำถาม เราเข้าใจชัดเจน ขึ้นเมื่อเราถามคนอื่น เราได้รับความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับโลกที่เราอยู่ โดยการถาม

เรายังได้รู้อีกว่าเมื่อเราทำงานร่วมกับคนอื่นที่ถามคำถามจะช่วยให้เราทำงานในฐานะสมาชิกของทีมได้ดีขึ้น คำถามช่วยให้ความกระจ่างใน หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ระบุงานที่เกี่ยวข้อง และลองสำรวจทางเลือกอื่น ที่ไม่เคยมองเห็นด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ไม่ดีก็ยังปรากฏอยู่ในการสัมภาษณ์

ก่อนการจ้างงาน คุณอาจคิดว่าคุณถาม คำถามที่ชัดเจน แต่บางทีคำถามอาจ ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ดังนั้น มันก็ ทำให้คุณไม่รู้ข้อมูลจำเป็นที่ต้องการ นำมาใช้ในการตัดสินใจ หรือคุณอาจ ต้องการถามคำถามที่ทำให้เข้าใจตัวตน ที่แท้จริงของผู้สมัคร ซึ่งคุณไม่มีทางรู้ ล่วงหน้าได้ว่าคำตอบที่ถูกต้องคืออะไร

หัวข้อต่อไปนี้คือชนิดของคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ และวิธีที่จะปรับ คำพูดหรือจัดกรอบใหม่ เพื่อทำให้ใช้ได้ดีสำหรับการคัดเลือกพนักงาน

  • คำถามซึ่งไม่เกี่ยวกับงาน คำถามที่ไม่มีความเกี่ยวพัน แย่ยิ่งกว่าคำถามพื้นๆ ทำให้เสียเวลา ซ้ำยังทำให้ผู้สมัครเห็นว่าคุณไม่มีการ เตรียมการที่จำเป็นสำหรับการสัมภาษณ์ คุณอาจเสียผู้สมัครที่ตัดสินว่าโอกาสของคุณ ไม่ใช่ โอกาส “ทอง” ของเธอ คำถามเหล่านี้รวมทั้ง บางคำถาม เช่น “คุณชอบทำอะไรมากที่สุดเวลาว่าง” หรือ “คุณสนใจ อะไรมากที่สุด” คำถามที่ดีกว่า เช่น

 

  • ช่วยเล่าเกี่ยวกับการศึกษาและประสบการณ์การทำงานของคุณที่เกี่ยวข้อง
  • คุณมีงานอดิเรก หรือความสนใจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานนี้หรือไม่
  • ในการทำงานที่ผ่านมา คุณชอบอะไรมากที่สุด

 

  • คำถามที่ไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง มักจะเป็นคำถามที่ผู้จัดการจะ “เล่นบทจิตแพทย์” เพื่อให้เข้าใจแจ่มแจ้งลึกซึ้งถึงตัวตนจนกระทั่ง วิธีคิดของผู้สมัคร คำถามเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะ 1) ผู้จัดการ ไม่ใช่จิตแพทย์ และ 2) ผู้จัดการเองก็ไม่รู้คำตอบที่ถูกต้อง ตัวอย่าง รวมถึงคำถามประเภทที่ว่า “คุณชอบสีอะไร” หรือ “อะไรคือปัจจัยสำคัญ ที่สุดในการประสบความสำเร็จ” คำถามที่ดีกว่าอาจจะประกอบด้วย
  • อะไรคือแรงจูงใจของคุณในการสมัครงานตำแหน่งนี้
  • ช่วยเล่าถึงประสบการณ์ที่คุณต้องทำงานกับทีมที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างละเอียด
  • ช่วยเล่าถึงขั้นตอนที่คุณใช้เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จ
  • ช่วยเล่าเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคุณกับผู้จัดการ และคุณ
  • แก้ปัญหาอย่างไร
  • คำถามที่เชิญชวนให้ตอบไม่จริง ถ้าคุณถามผู้สมัครตรงๆ ว่าเธอมีคุณสมบัติหรือความสามารถหรือไม่ คุณก็อาจจะเชิญชวนให้ตอบไม่จริง มีใครพร้อมจะตอบว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่คุณอยากได้ การถาม) ให้เชื่อว่ามีความสำคัญต่อตำแหน่ง ตัวอย่างคำถาม มีแนวโน้มที่จะเชิญชวนให้ได้คำตอบที่ไม่จริง เช่น “คุณมีความคิดสร้างสรรค์ไหม” หรือ “คุณมักจะมาทำงานตรงเวลาทุกวันใช่ไหม

คำถามที่ดีกว่าน่าจะเป็นดังนี้

  • ช่วยเล่าถึงตอนที่คุณมีทางออกที่สร้างสรรค์สําหรับปัญหายากๆและโดดเด่น
  • คุณคิดว่าเวลามาทำงานควรเป็นอย่างไร
  • ในงานเดิมของคุณ คุณมีวันมาสายกีวันในหนึ่งเดือน / ปี
  • คำถามนำที่จะส่งสัญญาณว่าคำตอบที่คุณต้องการคืออะไร อย่าให้มีร่องรอยว่าคำตอบที่ถูกคืออะไร เช่นในคำถามต่อไปนี้ “คุณสมัคร งานนี้เพราะคุณกำลังมองหาความก้าวหน้าในอาชีพใช่ไหม” หรือ “คุณไม่ได้รับการประเมินที่น่าพึงใจจากหัวหน้าเก่าของคุณ เพราะ เขาริษยาคุณใช่ไหม”

วิธีที่ดีกว่าในการถามเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ คือ

  • หัวหน้าเดิมจะพูดถึงคุณอย่างไร หากผมโทรไปถามเขา
  • คุณให้คะแนนการประเมินผลในการทำงานของคุณอย่างไร
  • ช่วยเล่าถึงเวลาที่คุณทำงานได้ไม่ดี เกิดอะไรขึ้น และคุณทำอย่างไร

The better question would be:

Please tell when you have a creative solution for difficult and outstanding problems.

What do you think the time to work?

In your original work You have a day in a month / year.

Leading questions that will signal what your answer is. Do not have signs that

What is the correct answer? For example, in the following question: “Do you apply for this job because you are looking for career advancement?” Or “You are not receiving a satisfactory assessment from your old boss because he is jealous of you?”
A better way to ask about these issues is

How will the former boss talk about you? If I call to ask him
How do you rate your work evaluation?
Please tell us when you didn’t work well. What happened and what did you do?

เคล็ด(ไม่)ลับ27

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ26 ขายเวอร์

เคล็ด(ไม่)ลับ26

 เคล็ด(ไม่)ลับ26

คุณเพิ่งเสร็จจากการสัมภาษณ์ผู้สมัครคนที่สามสิบเจ็ดสำหรับตำแหน่งที่ว่างลง คุณเพลียและเหนื่อยกับการสัมภาษณ์ ทีมของคุณ ก็รู้สึกเหมือนถูกกักขังเพราะถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลา คุณต้อง เหลือเกินให้ผู้สมัครคนต่อไปเป็น “คนนี้แหละ”

คุณดูประวัติและใบสมัครอย่างระมัดระวัง ประวัติการทำงาน ใช้ได้ ผู้สมัครคนนี้เคยทำงานในธุรกิจประเภทเดียวกันด้วย ว้าว หนังสือรับรองที่เขาส่งมาดูดีมาก เราต้องรับเขาแน่ แต่ทำอย่างไรล่ะ ผู้สมัครคนสุดท้ายนี้ไม่ประทับใจกับสิ่งที่ให้และยังหัวเราะเยาะอัตราเงินเดือนและ สิทธิประโยชน์ที่เสนออีกด้วย บางที่อาจจำเป็นจะต้องเพิ่มข้อเสนอ

บางที่อาจจะต้องโม้นิดหน่อยเกี่ยวกับโอกาสและการฝึกอบรม หากทำให้ผู้สมัครรับข้อเสนอจะเป็นไรไปหากจะต้องพูดเกินจริงบ้าง

มีความเป็นไปได้สูงโดยเฉพาะในตลาดแรงงาน คุณต้องการ บรรจุคนในตำแหน่งที่ว่างเสียเหลือเกิน บางทีมากเสียจนต้องเพิ่มราคา ของตำแหน่งให้แก่ผู้สมัคร แต่ถ้าคุณไม่ต้องการผู้สมัครที่ให้สัญญา เกินจริง และทำงานได้ต่ำกว่ากำหนด คุณก็ไม่ควรสร้างความหวังให้ผู้สมัคร สูงมากจนอาจผิดหวังในภายหลัง เพราะคุณจะต้องแบกรับผลที่ตาม

เมื่อพนักงานใหม่พบว่างานของเขาไม่ได้ผลตอบแทนเหมือน ที่คุณวาดไว้ให้ เขาก็จะเริ่มโวยวายและลาออกไป หรือเมื่อพบว่ามันไม่เป็นอย่างที่คุณวาดภาพไว้ให้ เขาก็จะเกิดความฉงนแล้วกลายเป็นพนักงานที่กระฟัดกระเฟียด แต่ไม่ลาออกไปไหน

ในกรณีหลังนี้ เขาจะทำลายขวัญของพนักงานอื่นให้ยับเยิน เขาจะทำงานน้อยลงและอาจบ่อนทำลายองค์กร (เหล่านี้คือ พนักงานที่ไม่ตั้งใจทำงาน) แล้วท้ายที่สุดคุณก็จะต้องไล่เขาออก และเริ่มต้นกระบวนการจ้างงานใหม่อีกครั้ง

ไม่ว่าด้วยเหตุใด คุณกำลังลดผลผลิตและขวัญกำลังใจและต้องเริ่มกระบวนการจ้างอีกครั้ง แต่ละครั้งที่คุณผ่านวงจรของการเลือกผิด

ได้ทำให้ค่าใช้จ่ายของการว่าจ้างผู้สมัครที่สมบูรณ์แบบที่ยังอยู่ข้างนอกและรองานดีๆ อยู่ ให้สูงขึ้น

ขั้นตอนที่จะช่วยลดความกระตือรือร้นเกินเหตุของคุณที่จะบรรจุ คนลงในตำแหน่ง โดยการเพิ่มราคาของตำแหน่งก็คือ คุณต้องเข้าใจ พฤติกรรมที่คุณแสดงออกมา เมื่อคุณเริ่มท้อแท้ในความพยายามที่จะสรรหา ของคุณ

  • คุณพูดมากเกินไปเกี่ยวกับข้อเสนอขององค์กร แทนที่จะถาม คำถามดีๆ ที่จะบ่งชี้ว่าผู้สมัครมีค่าพอหรือไม่
  • คุณใช้คำถามนำ บอกใบ้ให้ผู้สมัครรู้ว่าจะตอบอย่างไรให้ เหมาะสม
  • คุณยื่นข้อเสนอเร็วไป แทนที่จะประเมินผู้สมัครอย่างรอบคอบภายในเวลาที่มีอยู่ โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็น เช่น การตรวจสอบ ประวัติและการอ้างอิง
  • 9 คุณให้สัญญามากเกินไปในเรื่องเงื่อนไขสัญญาจ้าง เช่น เงินสวัสดิการ (รวมทั้งเพิ่มจำนวนวันหยุดพักผ่อนหรือร่นระยะเวลาได้สิทธิให้เร็วขึ้น) หรือสภาพการทำงาน
  • กลยุทธ์ในการหลีกเลี่ยงการขายเกินจริง
  • ใช้คู่มือการสัมภาษณ์ที่จัดเตรียมไว้ก่อนการสัมภาษณ์ เมื่อคุณใช้คู่มือ สัมภาษณ์ที่คุณพัฒนาขึ้นล่วงหน้าในเวลาที่ไม่รีบเร่ง คุณก็จะเลี่ยงการใช้คำถามนำ หรือ โฆษณาชวนเชื่อและใช้เวลาไปตั้งคำถามดีๆ แทน
  • เขียนรายการที่จะใช้เป็นจุดขายให้ครบตามที่องค์กรจะเสนอให้ ก่อนการสัมภาษณ์ จดให้ครบทุกรายการที่คุณจะเสนอ และทบทวนรายการนั้นกับผู้สมัคร อย่าหลงทาง
  • อย่าสัญญาอะไรก่อน คิดให้รอบคอบถึงผลกระทบที่อาจสร้างปัญหาใหญ่ภายหลัง ถ้าคุณคิดจะเสนอเงินเดือนซึ่งสูงกว่าระดับปกติของคุณ ใคร่ครวญว่าคุณยินดีที่จะพิจารณาปรับเงินเดือนจริงๆ หรือคุณยอมเสี่ยงที่จะเสียลูกทีมที่มีอยู่แล้วหากข่าวรั่วออกไปว่าคน มาใหม่ได้มากกว่า
  • อย่าให้ข้อเสนอตรงนั้น ใจเย็นๆ ก่อนยื่นข้อเสนอ ตรวจสอบข้อมูล อ้างอิงและภูมิหลัง อย่าผูกมัดตนเองโดยการให้ความเห็นว่า “คุณ เป็นผู้สมัครดีที่สุด และผมแน่ใจว่าเราจะยื่นข้อเสนอให้คุณ”

จำไว้ว่า มีความแตกต่างระหว่างความอยากได้มากเก ความกระตือรือร้น ผู้สมัครที่เห็นว่าคุณอยากได้มากจะสงสัยว่า คุณเป็นอย่างนั้น ผู้สมัครที่เห็นคุณกระตือรือร้นจะดีใจกับตัวเอง ขายตัวเองให้คุณได้ดีเพียงไร

Don’t promise anything first. Think carefully about the consequences that may create big problems later. If you are thinking of offering a salary that is higher than your normal level Contemplating that you are willing to consider a real salary adjustment Or you risk losing your existing team if the news leaks out that people More new

Do not let the offer there calmly before submitting an offer. information verification References and backgrounds Do not bind yourself by commenting that “You are the best candidate. And I am sure that we will offer you. “

Remember that there is a difference between wanting enthusiasm Candidates who see that you want a lot will wonder. You are like that Candidates who see you enthusiastically will be happy with themselves. How well do you sell yourself?

เคล็ด(ไม่)ลับ26

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ25 ทำไมต้องกดดัน

เคล็ด(ไม่)ลับ25

เคล็ด(ไม่)ลับ25

คุณอาจจะเคยพูดว่า “เออ สภาพแวดล้อมที่นี้มันค่อนข้าง จะกดดันนะ เราต้องมั่นใจว่าพนักงานของเรารับมือกับมันได้”

สภาพแวดล้อมของคุณอาจจะมีความกดดันสูง พนักงาน ขายของคุณอาจจำเป็นต้องทำงานกับลูกค้าขี้โมโหและเกรี้ยวกราด พนักงานรักษาความปลอดภัยของคุณอาจจะต้องเจอกับเรื่องขนหัวลุกทุกสัปดาห์ จนกระทั่งแผนกที่ปรึกษาพนักงานซึ่งมีปัญหา

อาจจะต้องมีคิวนัดยาวนานไปถึง สหัสวรรษหน้า หรือวัฒนธรรมความโหดและความไร้ยางอายนั้นเป็นส่วน หนึ่งขององค์กรคุณ ธรรมชาติของ ธุรกิจคุณมากับความกดดันอย่างยิ่งยวด ดังนั้นคุณคิดว่าสิ่งที่ตามมา คือการทดสอบความสามารถของผู้สมัครว่า จะทำงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มี ความตึงเครียดสูงได้หรือไม่

บริษัทของคุณอาจทำผิดกฎในการสัมภาษณ์ด้วยคำถามแบบ กดดันโดยคุณไม่ทราบมาก่อน เพราะคุณเองชินกับสภาพแวดล้อมที่กดดันสูง พฤติกรรมที่นายจ้างอื่นเห็นว่าเป็นการละเมิดล่วงเกินอย่าง รุนแรงแทบจะไม่ทำให้บริษัทคุณรู้สึกสะดุ้งสะเทือน ดังนั้น การหาพนักงาน ใหม่ที่มีศักยภาพพอที่จะทนความกดดันในสภาพแวดล้อมของ บริษัทจึงใช้วิธีการที่ผิดมารยาทเพื่อคัดคนที่จะทนไม่ได้ออกไปก่อน

  • ใช้การสัมภาษณ์แบบคณะกรรมการเพื่อให้ผู้สมัครขาดสมาธิและสับสน โดยไม่มีที่นั่งประธาน ไม่รู้ว่าใครเป็นประธาน ไม่มีคนนั่ง ที่หัวโต๊ะหรือตรงกลางซึ่งปกติเป็นที่นั่งประธาน บางบริษัทถึงกับ ตั้งโต๊ะ คณะผู้สัมภาษณ์ไว้ ข้างหลังผู้สมัคร หลังจากทำให้ผู้สมัครขาดสมาธิโดยการจัดการ ทางกายภาพแล้ว คณะผู้สัมภาษณ์ ก็จะเพิ่มการคุกคามและแสดง การดูหมิ่นต่อผู้สมัคร เพื่อดูว่า เขาจะรับมือกับพฤติกรรมที่จัดวาง อย่างมืออาชีพได้อย่างไร

 

  • ผู้สัมภาษณ์ตั้งใจแสดงพฤติกรรมที่หยาบคาย เช่นให้ผู้สมัครรอนานๆ (บางทีเป็นชั่วโมง) สูบบุหรี่และพ่นควันใส่หน้าหรือจัดเก้าอี้ ที่นั่งไม่สบายให้ผู้สมัคร (มีเรื่องเล่าถึงผู้จัดการบางคนจัดเก้าอี้ที่ต่ำ มากๆ ให้ผู้สมัครนั่ง เพื่อตัวเองจะได้อยู่เหนือผู้สมัครและบางเรื่อง ก็บอกว่า ผู้จัดการจัดเก้าอี้ที่ขาไม่เท่ากันให้ผู้สมัครนั่ง)

 

  • ผู้สมัครจะต้องถูกตะโกนใส่ ใช้ภาษาหยาบคายและพฤติกรรมก้าวร้าวมากมาย

แน่ใจได้เลยว่าเหล่านี้เป็นยุทธวิธีทางอ้อมที่จะบอกว่านี้ไม่ใช่สถานที่ ที่น่าจะทํางาน ผู้สมัครที่ยังคงไม่ล่าถอยหลังที่ประสบกับสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็อาจแปลได้ว่า อยากได้งานเหลือเกินหรือมีความผิดปกติทางจิต

ใช่ คุณจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าผู้สมัครจะสามารถรับมือกับ ความกดดันในงานได้หรือไม่ แต่ความหยาบคายหรือการคุกคามระหว่าง สัมภาษณ์ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ในสภาพปัจจุบันที่ผู้สมัครดีๆ หาได้ยาก คุณคงไม่ต้องการจะขับไล่ไสส่งผู้สมัครเป้าหมายโดยการแสดงคำหยาบคาย

การคุกคามหรือใช้พฤติกรรมเสแสร้ง ถ้าความกดดันนั้นเป็น ส่วนสำคัญของงานและคุณต้องการทราบว่าผู้สมัครจะรับมืออย่างไร คุณควรจะถามถึงวิธีการจัดการกับความกดดันในที่ทำงานเก่าซึ่งจะบ่งชี้ ถึงพฤติกรรมของผู้สมัครที่แท้จริง

  • ช่วยบอกหน่อยว่า คุณจะทําอย่างไร หากคุณมีหลายโครงการที่มีกำหนดเส้นตายพร้อมๆ กัน
  • ช่วยบอกหน่อยว่าคุณมีวิธีตอบโต้ลูกค้าที่หยาบคายมากๆอย่างไร
  • ลองเล่าถึงเรื่องที่คุณมีความขัดแย้งอย่างมากกับหัวหน้า ผู้ร่วมทีมหรือลูกน้อง คุณจัดการกับเหตุการณ์นั้นอย่างไร

แต่ถ้าสภาพแวดล้อมในที่ทำงานของคุณยังสนับสนุนพฤติกรรม ที่รุนแรงจนทำให้คนบ้าดีเดือดอย่างแรมโบ้กลายเป็นเหมือนเด็กอมมือ อ่อนหัด ก็คงถึงเวลาที่คุณจะต้องหางานใหม่ได้แล้ว เพราะยิ่งคุณอยู่ที่นั้นนานเท่าไร คุณก็จะซึมซับนิสัยเลวๆ ที่ทำให้คุณดูแย่ในการ สัมภาษณ์

Threat or use of false behavior If the pressure is An important part of the job and you want to know how the applicant will handle. You should ask how to deal with the pressure in the old workplace which will indicate About the behavior of the real candidate

Please tell me What do you do If you have many projects that have a deadline at the same time

Please tell me how you respond to customers who are very rude.

Try to tell the story that you have a lot of conflicts with the chief. Teammates or subordinates
How do you handle that event

But if your work environment still supports behavior That is so intense that the berserk like Rambo became like a baby boy, probably when you have to find a new job Because the longer you stay there You will absorb bad habits. That makes you look bad in an interview

เคล็ด(ไม่)ลับ25

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com