คลังเก็บป้ายกำกับ: การจ้างคนเก่งทำงาน

เคล็ด(ไม่)ลับ39 จำก็ดีจดก็ได้ ปลอดภัยแน่

เคล็ด(ไม่)ลับ39

เคล็ด(ไม่)ลับ39

คุณได้สัมภาษณ์คนเพียงสองสามคน งานนั้นมีความชัดเจน ว่าต้องการคนแบบใด ถ้าผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้ คุณก็ควรจะทราบได้ภายใน 5 นาทีที่ได้สัมภาษณ์ ดังนั้นคุณอาจคิดว่า ไม่จำเป็นต้องจดบันทึกไว้ คุณคงจำจุดเด่นของแต่ละคนได้ และเมื่อคุณ มีใบสมัครวางตรงหน้ามันก็จะช่วยเตือนความจำคุณได้

ถ้าคุณคิดว่าไม่จำเป็นต้องจดบันทึกระหว่างการสัมภาษณ์ ขอให้คิดใหม่อีกครั้ง มันอาจจำได้ง่ายว่าผู้สมัครพูดว่าอะไรถ้ามีผู้สมัคร เพียงคนเดียว แต่ถ้าคุณต้องสัมภาษณ์ผู้สมัครหลายๆ คนสำหรับ

ตำแหน่งเดียวกัน หรือที่แย่กว่านั้นคือ มีผู้สมัครหลายคนสำหรับหลายตำแหน่ง จะยิ่งท้าทายความจำของคุณไปใหญ่

แม้ว่าคุณจะสัมภาษณ์ผู้สมัคร คนเดียวสำหรับตำแหน่งงานเดียว แต่ การจดบันทึกอย่างสม่ำเสมออาจหมาย ถึงความแตกต่างระหว่างความสำเร็จในการจ้างงานกับความเสียใจอันใหญ่หลวง ในภายหลังก็เป็นได้

อย่าคิดพึ่งความจำของคุณ เพียงอย่างเดียว เมื่อคุณจะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตขององค์กร มันง่ายในการจดบันทึกช่วยจำเกี่ยวกับรายละเอียดที่สำคัญ บันทึกการตัดสินใจ เป็นลายลักษณ์อักษรและช่วยป้องกันองค์กรของคุณในกรณีที่ อาจถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ

  • ควรบอกให้ผู้สมัครทราบว่าคุณจะทำอะไร แจ้งให้ผู้สมัครทราบก่อนว่าในระหว่างการสัมภาษณ์คุณจะจดบันทึกไปด้วยโดยพูดว่า “ในระหว่างที่เราคุยกัน ดิฉันจะจด บันทึกไปด้วยเพื่อช่วยให้จำข้อมูล ที่สำคัญที่คุณบอกและช่วยให้ บริษัทของเราคัดเลือกคนที่เหมาะ ที่สุดสำหรับงานได้”
  • อย่าจดลงไปบนใบสมัคร ให้จำไว้เสมอว่าใบสมัครเป็นเอกสารทางกฎหมายและควรมีเฉพาะลายมือของผู้สมัครเท่านั้น ฉะนั้นให้จดไว้ บนเอกสารแนวทางการสัมภาษณ์ ที่คุณทําขึ้นเพื่อใช้กับผู้สมัคร ทุกคนหรือบนกระดาษอื่นแยกต่างหาก
  • เขียนแต่เฉพาะใจความที่สำคัญ ไม่จําเป็นจะต้องเขียนทุกถ้อยคำมิฉะนั้นคุณจะไม่ได้ฟังสิ่งที่ผู้สมัครพูด
  • อย่าเขียนแต่เฉพาะข้อมูลทางลบ ถ้าผู้สมัครเห็นว่าคุณจะรีบจดทุกครั้งที่เขาพูดเรื่องที่อาจทำให้ต้องเสียใจภายหลัง เขาจะเริ่มระมัดระวัง ถ้อยคำในการตอบคำถาม หรือให้ความเห็น หรืออาจสร้างเรื่องขึ้นมา ก็ได้ คุณควรจะจดบันทึกไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องดีและไม่ดี
  • จดบันทึกประเด็นที่มีสัญญาณ “ธงแดง” ไว้ด้วย แม้คุณจะจดบันทึกเรื่อยๆ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีในระหว่างสัมภาษณ์ ทำเครื่องหมาย วงกลมไว้ตรงประเด็นที่คุณอยากจะถามเพิ่มเติมด้วย
  • ในระหว่างการสัมภาษณ์ วงกลมประเด็นที่ต้องการสืบถามต่อหรือวกกลับมาถามภายหลัง หากคุณรู้สึกว่ายังไม่ได้คำตอบที่สมบูรณ์ หรือมีอะไรที่ยังสงสัยในคำตอบของผู้สมัคร จดบันทึกไว้เพื่อที่จะวกกลับมาถามเพิ่มเติมโดยใช้คำถามเชิงหยั่ง
  • หากคุณได้กำหนดปฏิกิริยาตอบสนองมาตรฐานที่ต้องการไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นตัวอย่างเทียบเคียง ให้บันทึกว่าการตอบสนองของผู้สมัคร สอดคล้องกับตัวอย่างที่กำหนดไว้หรือไม่ให้บันทึกประเด็นที่สอดคล้อง กับตัวอย่างที่กำหนด (หรืออีกนัยหนึ่งก็คือบันทึกเหตุผลที่คุณให้คะแนนผู้สมัครเป็นบวก ลบ หรือกลางๆ
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องหมายที่อาจนำไปสู่การตีความว่าเลือกปฏิบัติ อย่าทำเครื่องหมายใดๆ ตรง เพศ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ การนับถือศาสนา ฐานะทางครอบครัวหรือประเด็นใดที่เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ การทำเช่นนั้นอาจกลายเป็นลายลักษณ์อักษรที่ผูกมัดคุณว่า มีการเลือกปฏิบัติในการตัดสินใจจ้างงาน
  • พึงระลึกเสมอว่านี่เป็นเอกสารในการตัดสินใจจ้างงานของคุณ ควรใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนถึงการตัดสินใจและให้แน่ใจว่าไม่มีการบันทึก ความเห็นที่ส่อถึงการเลือกปฏิบัติ

You interviewed only a few people. The work is clear. What kind of person you want If the applicant meets the qualifications You should know within 5 minutes of the interview. So you might think No need to take notes. You can remember the strengths of each person and when you have an application placed in front of it, it will help remind you.

If you think you don’t need to take notes during the interview Please think again. It is easy to remember what the applicant says if there is only one candidate, but if you have to interview many candidates for

Same position Or worse, There are many candidates for many positions. Will be even more challenging your memory

Even if you interview the candidate Alone for a single job, but keeping a regular record may mean The difference between success in employment and great regret Can later

Don’t think of relying on your memory. only one When you have to decide

About the future of the organization It’s easy to take notes about important details. Record the decision In writing and help protect your organization in the event May be sued for discrimination

เคล็ด(ไม่)ลับ39

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ38 แต่งตัวไปทะเล แต่มาสัมภาษณ์

เคล็ด(ไม่)ลับ38

เคล็ด(ไม่)ลับ38

เมื่อไม่นานมานี้เองที่มีการแต่งกายมาสัมภาษณ์ไม่มีประเด็น ต้องกังวล ไม่ว่าจะสมัครในตำแหน่งใด ตั้งแต่เสมียนห้องพัสดุจนถึงผู้ช่วยงานธุรการ พนักงานส่งพิซซ่า และพนักงานขาย ผู้สมัครจะแต่งกายในแบบของผู้บริหาร ใส่สูทผูกเนคไท

แต่เดี๋ยวนี้ แม้แต่ผู้บริหารก็มาทำงานในชุดเสื้อยืดคอปกและ กางเกงตัวโคร่ง ดังนั้นมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะยังกล่าวถึง “การแต่งกาย เพื่อความสำเร็จ” อีกต่อไป

เจ้าของกิจการที่เพิ่งตั้งใหม่ เริ่มเลือกรับผู้สมัครในตำแหน่ง ฝ่ายขายที่เข้ามาสัมภาษณ์กับเขาโดยที่เพิ่งจะกลับมาจากการ

เดินทางไปตั้งแคมป์ที่เทือกเขาร็อกกี้ รัฐโคโรราโด (มาพร้อมกับกลิ่นควันจากการก่อกองไฟ) แทนการเลือก ผู้สมัครที่แต่งตัวเรียบร้อย ใส่สูท ผูกเนคไท คนที่เพิ่งกลับจากการไป ตั้งแคมป์มีวิญญาณของการทํางาน ที่เขามองหาอยู่ ในขณะที่นายสุดหล่อ (นายพุท ทูเกเธอร์) ดูเนียบเกินเหตุ ส่วนที่ซิลิคอนแวลลี กระบวนการ

คัดเลือก จะต้องผ่านคณะกรรมการ สัมภาษณ์ มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คณะกรรมการสัมภาษณ์บอกว่า ผู้สมัครไม่ผ่านเพราะแต่งกายดีเกินไป ซึ่งทำให้เห็นว่าไม่เข้ากับ วัฒนธรรมองค์กรนี้ ไม่ต้องพูดถึงว่าแฟชั่นโดยรวมของโลกไฮเทค เขาเป็นอย่างไร

ผู้สมัครที่เพิ่งปัดทรายออกจากเท้าที่ใส่รองเท้าแตะและทิ้ง กระดานโต้คลื่นที่ยังไม่แห้งดีไว้ที่จอดรถ อาจจะมีแรงผลักดัน มากกว่าผู้สมัครที่ใช้เวลาช่วงเช้า แต่งตัวอย่างสบายๆ เพื่อจะมาสัมภาษณ์งานก็ได้

คำถามสำหรับคุณก็คือ เขา ผู้นั้นเหมาะกับงาน กับวัฒนธรรมองค์กร และความคาดหวังของคุณหรือไม่ ถ้าใช่ก็ขึ้นอยู่กับคุณที่จะช่วยผู้สมัคร มีโอกาสพบความสําเร็จของเธอ โดยมองข้ามวิธีการแต่งกายที่ไม่เหมาะสม และพิจารณาถึงความมุ่งมั่นของเธอแทน

เมื่อคุณมีนัดหมายสัมภาษณ์ผู้สมัคร ควรจะแจ้งให้เขาทราบว่า ควรแต่งกายอย่างไรให้เหมาะสมกับการนัดหมายนั้น ถ้าบริษัทของคุณ แต่งกายแบบกึ่งลำลอง อย่าทำให้เขาต้องไปค้นที่ท้ายรถโฟล์ก เพื่อหาเน็คไทยับยู่ยี่ที่เขาจำได้ว่าเคยโยนเอาไว้ที่นั่นนานมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถ้าสำนักงานของคุณแต่งกายแบบเป็นทางการ ควรแจ้งให้เขาทราบล่วงหน้าว่า ขอให้ผูกเนคไทที่รีดเรียบด้วย เพื่อช่วยเขาตัดสินใจว่าวัฒนธรรมองค์กรของคุณเหมาะกับเขาหรือไม่ และเขายังอยากใช้ความพยายามทุกเช้าที่จะต้องใส่ถุงเท้าด้วยไหม วิธีนี้ จะช่วยประหยัดเวลาอันมีค่าของทั้งสองฝ่าย

เมื่อการสัมภาษณ์เสร็จสิ้น ตัดสินใจให้แน่นอนว่าผู้สมัครมี คุณสมบัติเหมาะสมกับงานโดยไม่ต้องคํานึงถึงรูปลักษณ์ของเขาขณะนั้น ถ้าคุณกำลังมองหาครีเอทีฟอัจฉริยะผู้ซึ่งไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

มันก็คงไม่สำคัญนักที่เขาจะแต่งตัวอย่างไร (ไม่มีใครสนใจอยู่แล้วว่า ไอน์สไตน์ตัดผมหรือไม่ จริงไหม)

อย่างไรก็ตาม ถ้าตำแหน่งงานนั้นคือพนักงานเสิร์ฟอาหารและ ผู้สมัครมาพร้อมกับเล็บที่สกปรก รูปลักษณ์ก็เป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้เห็นถึงนิสัยแท้ๆ ของเขาว่าเหมาะกับงานหรือไม่

ควรจะให้โอกาสกับพวกหนุ่มสาวบ้าง แม้ว่าสถานที่ทำงาน ของคุณจะดูเป็นทางการ แต่โดยปกติแล้วพนักงานที่เพิ่งเริ่มทำงานก็จะไม่เคยมีเสื้อผ้าชุดธุรกิจแบบผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วถ้าจะมี พวกเขาก็จะอึดอัดพอสมควรถ้าต้องใส่แบบนั้น ยอมรับความอิหลักอิเหลื่อนั้น เขาจะใช้เวลาปรับตัวไม่นานหรอก จงให้ความเมตตาแก่เด็กใหม่โดย ค่อยๆ ช่วยแนะวิธีการแต่งตัวที่เหมาะสมสำหรับที่ทํางานของคุณ

จงเป็นตัวอย่างของการแต่งกายด้วยชุดทำงานที่เหมาะสม ถ้าคุณอยากให้พนักงานแต่งกายและประพฤติอย่างภูมิฐานในระดับหนึ่ง คุณก็ต้องทำด้วย

แน่นอน ในหลายกรณีที่คุณหวังไว้ว่า ผู้สมัครจะแต่งตัวได้ เหมาะสมโดยไม่ต้องมีการเตือน เช่นเมื่อคุณสัมภาษณ์ตำแหน่งผู้บริหาร ระดับกลางถึงสูง เมื่อสัมภาษณ์ผู้สมัครที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพสูง หรือ เมื่อสัมภาษณ์ตําแหน่งที่ต้องพิถีพิถันเลือกอย่างพวกที่เพิ่งจบ MBA

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องติดต่อกับผู้สมัครรุ่นๆ ที่เพิ่งจะเรียนจบ จากมัธยมหรือโรงเรียนเทคนิคมาใหม่ๆ คุณต้องมองให้ลึกเข้าไป ว่าที่แท้ เขาอาจเป็นเพชรในตม หรือผ้าขี้ริ้วห่อทอง ส่วนเรื่องรองเท้าเอาไว้ ทีหลังก็ได้

When the interview is finished Decide for sure that the applicant has Properties suitable for the job without having to consider his appearance at that time. If you are looking for a creative genius who doesn’t have to interact with customers

It would not matter how he dressed. (No one is already interested in that Einstein, haircut or not?)

However, if the job position is a food waitress and Applicants come with dirty nails. The look is the key. That makes it look real Whether his work is suitable or not

Should give some opportunities to young people Even though the workplace Your will look official. But usually employees who have just started working will never have clothes, business suits like adults. Most likely, if there will be They will be uncomfortable enough to wear that. Accept that uncomfortable He won’t spend time adjusting. Give mercy to the new child by gradually helping to suggest the right dress for your workplace.

Be an example of dressing in the right work clothes. If you want employees to dress and behave in a modest manner You also have to do it.

เคล็ด(ไม่)ลับ38

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ37 เขาทำอย่างไรตอนไม่รู้ตัว

เคล็ด(ไม่)ลับ37

เคล็ด(ไม่)ลับ37

เคยมีเรื่องเล่าถึงผู้บริหารของ IBM เกี่ยวกับการว่าจ้าง ที่กำลัง จะเสนองานให้แก่ผู้สมัครคนหนึ่ง เริ่มแรกเขาเชิญผู้สมัครคนนั้นไปรับประทานอาหารกลางวันด้วย แต่พอเขาเห็นผู้สมัครเติมเกลือลงไปในอาหารก่อนที่จะชิมรส เขาก็เปลี่ยนใจไม่เสนองานให้และกลับเสนองาน ให้คนอื่นแทน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเกลือด้วยล่ะ?

ผู้บริหารท่านนั้นให้เหตุผลว่า ผู้สมัครยังไม่ทันชิมรสชาติก็เติม เกลือลงไปแล้ว อาจหมายถึงเขาเป็นคนตัดสินใจทำอะไรก่อนที่จะคิดทบทวนให้ดีก็ได้ เป็นเรื่องเล่าลือกันไปทั่ว แต่มันบ่งถึงความพยายามของเขาที่จะอ่านพฤติกรรมของคนที่มีศักยภาพที่จะได้รับการว่าจ้าง

ในทศวรรษที่ผ่านมา มีทฤษฎีทางจิตวิทยาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ พฤติกรรมอยู่หลายทฤษฎีและได้นำมาผนวกกับเทคนิคในการสัมภาษณ์ เพื่อจะช่วยให้ผู้จัดการงานว่าจ้างมีวิธีเข้าถึงจิตวิญญาณของผู้สมัคร อย่างง่ายๆ สำหรับพฤติกรรมที่ผู้สมัครแสดงออกมาในระหว่างที่เขาขาดความระวัง ผู้สมัครใส่เกลือลงในอาหารก่อนหรือว่าหยิบพริกไทยก่อน?

เธอแสกผมข้างซ้ายหรือข้างขวา

นี่คือแบบทดสอบบุคลิกภาพอย่าง ง่ายๆ ที่เผยถึงความสามารถของผู้สมัครว่ามีความเหมาะสมกับวัฒนธรรม องค์กรของคุณหรือไม่ ผู้สมัครแสดง กิริยาต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างไร ในขณะที่อยู่ในสำนักงานของคุณเพื่อรอ การสัมภาษณ์

เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานสัมภาษณ์คือด่านแรกที่ผู้สมัครจะต้องผ่านเมื่อมาเข้ากระบวนการสัมภาษณ์ในบริษัทของคุณ และ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็น่าจะเหมาะสมที่สุด ที่จะเป็นคนรายงานพฤติกรรมทางบวก หรือทางลบสังเกตในขณะที่ผู้สมัครรอคิวสัมภาษณ์ของเขา นี่ไม่ใช่เรื่องของ การเลือกว่าจะดื่มกาแฟหรือน้ำเปล่าเมื่อ เจ้าหน้าที่เสนอเครื่องดื่มให้ขณะรอ แต่เป็นเรื่องว่าผู้สมัครนั้นได้กล่าว คำว่า “กรุณา” และ “ขอบคุณ” หรือไม่

ตัวอย่างเช่น ให้ลองพิจารณาผู้สมัครที่ไม่มีท่าทีวางก้าม ต่อ พนักงานต้อนรับเลยในตอนมารายงานตัวเพื่อสัมภาษณ์ และเมื่อเขาต้อง รอนานกว่าที่เขาคิด เขากลับตะคอกใส่เธอ เขาส่งเสียงดังและหยาบคาย และไม่คำกล่าวขอโทษสำหรับพฤติกรรมของเขา องค์กรนี้เป็นองค์กร ที่ให้คุณค่าแก่ทีมงาน การตัดสินใจสำหรับผู้สมัครคนนี้จึงเป็นเรื่องง่าย

มีกรณีที่ผู้สมัครไม่ได้กรอกใบสมัครเองแต่ให้เพื่อนช่วยกรอก ให้เนื่องจากเขาอ่านและเขียนไม่ได้ แต่ตำแหน่งงานนั้นต้องการผู้ที่มีความสามารถในการเขียนอย่างดีและมีทักษะในการสื่อสารด้วยการพูด ผู้จัดการงานว่าจ้างจึงตัดสินใจที่จะส่งผู้สมัครรายนี้ไปพบกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์และทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในบริเวณนั้น

พฤติกรรมของผู้สมัครที่แสดงต่อคุณหรือทีมงานของคุณ ช่วย บอกให้ทราบเกี่ยวกับความสามารถของผู้สมัครได้หมดว่าเหมาะสมกับ วัฒนธรรมองค์กรของคุณไหม

  • หากคุณพาผู้สมัครไปรับประทานอาหารกลางวัน เธอแสดงกิริยาอย่างไรกับพนักงานต้อนรับหรือบริกร เธอเป็นมืออาชีพและมีมารยาทพอหรือไม่ หรือเธอแสดงอาการสั่งการอย่างหยาบคาย และ ไม่เป็นมืออาชีพเลย
  • ผู้สมัครมีการรับโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่เรียกเข้ามาในระหว่างที่คุณทำการสัมภาษณ์อยู่หรือไม่ มีเรื่องนับไม่ถ้วนที่ผู้สมัครรับโทรศัพท์มือถือในระหว่างการสัมภาษณ์โดยไม่มีการกล่าวขอโทษ หรืออธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องรับ (ใช่ มันก็อาจจะมีบางครั้ง ที่ยอมรับได้ เช่น ถ้าบิดามารดาหรือคู่สมรสของผู้สมัครเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดมาอยู่ในห้องพักฟื้น)
  • ถ้าเป็นการจ้างพนักงานขายมืออาชีพ ผู้สมัครได้ขายตัวของเขาให้คุณและผู้ช่วยของคุณอย่างมืออาชีพและเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ในแบบเดียวกับทีมขายของคุณหรือไม่
  • ผู้สมัครมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมงานอื่นนอกเวลาอย่างไร เช่น ไปรับประทานข้าวกลางวัน หรือไปงานเลี้ยงรับรองตอนเย็น เธอผ่อนคลายแต่ยังดูเหมาะสมหรือไม่ เธอเมามาตินีหรือไม่

พึงระลึกเสมอว่าผู้สมัครก็กำลังสังเกตพฤติกรรมของคุณเช่นกันคุณสุภาพและให้เกียรติแก่พนักงานต้อนรับหรือ ไม่ คุณตรงต่อเวลานัดหมายหรือไม่ คุณปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ขณะกำลังสัมภาษณ์หรือไม่ ดังนั้นคุณควรเก็บอาการเหล่านี้ไว้

The interview support staff is the first checkpoint that applicants will have to pass when entering the interview process in your company and that staff member should be the most suitable. That will be the person reporting positive behavior Or negative observation while the applicant waits for his interview This is not a matter of Choosing whether to drink coffee or water when Staff offered drinks while waiting But it’s about whether the applicant said “please” and “thank you” or not.

For example, consider an applicant who does not appear to be stern at the receptionist when reporting for an interview. And when he has to Waiting longer than he thought He instead yelled at her. He was loud and rude. And not an apology for his behavior This organization is an organization. That gives value to the team The decision for this candidate is therefore easy.

There are cases in which the applicant does not fill out the application by himself but with a friend to help fill out Because he can’t read and write But the position requires those who have good writing ability and speaking communication skills The hiring manager decided to send this candidate to the public relations staff and know what happened in that area.

The behavior of the applicant shown to you or your team can help inform you about the applicant’s ability to be suitable for Your corporate culture?

เคล็ด(ไม่)ลับ37

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ36 ใช่…ไม่ใช่…อะไรแน่

เคล็ด(ไม่)ลับ36

เคล็ด(ไม่)ลับ36

ผู้สมัครพูดถูกต้องทุกอย่าง เขามีคุณสมบัติครบตามที่คุณมองหา แต่คุณกลับไม่ค่อยถูกใจ กับอีกคนหนึ่งผู้สมัครที่ดูไม่ค่อยดีนัก และส่วนประกอบอื่นก็ใช่ว่าจะดีเท่าไร แต่คุณกลับรู้สึกว่าเขาน่าจะเป็นคนที่คุณควรจ้าง มันเกิดอะไรขึ้น?

คุณอาจเคยพบกับสถานการณ์ที่คุณคุยกับใครบางคน ซึ่งคุณ เพิ่งรู้ว่าเธอไม่ได้หมายความอย่างที่เธอพูด หรือคุณอาจจะนึกได้ว่า ตอนที่คุณสัมภาษณ์ผู้สมัครและเขาพูดว่าเขาต้องการงานนี้มาก แต่สีหน้าของเขามิได้แสดงเช่นนั้นเลย

หรือบางทีคุณอาจจะจำได้ว่า คุณรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจผู้สมัครและ เขาไม่สบตาคุณเลยเมื่อพูดถึงนายจ้างรายสุดท้ายของเขา คุณคงจะรับรู้ได้จากท่าที่ของเขาที่ไม่ค่อยสอดคล้องกับ คำพูดเลย นี่เป็นตัวอย่างของภาษากาย ที่ไม่สอดคล้องกับคำพูดที่สื่อออกมา

คนทุกคนสื่อสารได้ทั้งโดยการพูดและ ไม่ได้พูดไปพร้อมๆ กัน ในการสัมภาษณ์ เมื่อผู้สมัครอยู่ระหว่างการสนทนาและแสดงความกระตือรือร้นที่จะพูดถึง ตำแหน่งงาน เขาจะแสดงภาษากายที่สอดคล้องกับคำพูดของเขา ตัวอย่าง ของภาษากายที่ดี เช่น

  • ผู้สมัครจะโน้มตัวมาข้างหน้าผู้สัมภาษณ์ โดยปกติคนทั่วไปจะมองหน้ากันเมื่อสนทนากัน
  • ผู้สมัครจะแสดงท่าประกอบได้สอดคล้องกับคำพูด
  • ผู้สมัครจะมีการสบตาในเวลาที่ เหมาะสมซึ่งหมายถึงว่าในระหว่าง การสนทนาส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่ จ้องหรือหลบตาลงต่ำ
  • ร่างกายส่วนบนและแขนของผู้สมัครจะอยู่ในท่าสบายๆ ขณะที่การสัมภาษณ์งานจะทำให้รู้สึกเกร็ง คนทั่วไปก็จะมีวิธีจัดการกับความเกร็งนั้นแตกต่างกันไป ภาษากายของผู้สมัครไม่ควรอยู่ในท่าของ การเตรียมป้องกันตัว เช่น กอดอกแน่นหรือไขว้ขา เช่นเดียวกัน ภาษากายที่เป็นไปในทางลบก็อาจจะเป็นเช่นนี้คือ
  • แทนที่ผู้สมัครจะมองหน้าผู้สัมภาษณ์ตรงๆ เขาอาจจะมองเฉียงๆไปด้านใดด้านหนึ่ง
  • ท่าทีของผู้สมัครจะไม่สดชื่น หงอยๆ
  • ผู้สมัครอาจจะนั่งพิงเก้าอี้หรือเอียงเก้าอี้ไปทางด้านหลัง
  • ผู้สมัครจะไม่สบตาหรือจ้องไปที่ใดที่หนึ่ง
  • ผู้สมัครอาจจะเอามือกอดอก

แต่ก็อันตรายเช่นกัน ถ้าคุณจะใส่ใจกับการอ่านภาษากาย มากไป ผู้สมัครที่ต่างกันทั้งชาติพันธุ์หรือมาจากต่างประเทศกัน ก็อาจจะมีความหมายของภาษากายที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมของประเทศ แถบเอเชียนั้นการมองสบตาอาจจะเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ แต่สำหรับอเมริกัน แล้วเป็นกิริยาที่เหมาะสมก็ได้

ดังนั้นควรต้องคำนึงถึงความแตกต่างข้อนี้ด้วย เพื่อที่คุณจะได้ แปลความหมายของภาษากายได้ถูกต้อง รวมทั้งในบางครั้งอุณหภูมิใน ห้องสัมภาษณ์เย็นกว่าปกติ ดังนั้นการที่ผู้สมัครเอามือกอดอกก็อาจจะเป็น เพราะเขารู้สึกอุ่นขึ้น หรืออาจเป็นไปได้ว่าผู้สมัครมีข้อจำกัดทางกายภาพ หรืออาจรู้สึกตื่นเต้นจนมีเสียงดังในช่องท้อง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคในการ วางท่าให้ดีหรือทำให้อึดอัด

Candidates will lean forward to the interviewer. Normally, people will look at each other when talking.
The applicant will show the accompanying posture in accordance with the speech.

Applicants will have eye contact at the time Appropriate which means that during Most conversations, he will not Staring or drooping lower
The upper body and the arms of the applicant will be in a comfortable position. While the job interview will make you feel tense People will have different ways to deal with tense. The body language of the applicant should not be in the position of Self-defense, such as crossing your arms tightly or crossing your legs as well, may lead to negative body language.

Instead of the candidate looking at the interviewer directly He may look oblique to one side.

The attitude of the applicant is not refreshing.

The applicant may sit against the chair or tilt the chair to the back.

Applicants will not make eye contact or stare somewhere.

The applicant may have to cross his hand

But also dangerous If you pay attention to reading body language too, applicants of different nationalities or from different countries. May have the meaning of different body language, for example, the culture of the country In Asia, looking in the eyes may be a polite manner. 

เคล็ด(ไม่)ลับ36

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ35 ผู้สมัครจอมหลอกลวง

เคล็ด(ไม่)ลับ35

เคล็ด(ไม่)ลับ35

ผู้สมัครที่คุณกำลังสัมภาษณ์นั้นดูเหมือนว่าจะมีพร้อมทุกอย่าง ภูมิหลังดี ประสบการณ์เยี่ยม รวมถึงเอกสารอ้างอิงต่างๆ ที่คุณต้องการ แต่คุณเคยได้ยินที่เขาพูดกันไหมว่า “มันดูดีเกินจริงไป”

มันเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว นี่เป็นเรื่องที่ผู้สมัครมักทำยิ่งไปกว่าการ ทำตัวเองให้ดูดีจนถึงขั้นโกหกหน้าตาเฉยเกี่ยวกับภูมิหลังและหลักฐาน

เรื่องอื้อฉาวระดับชาติที่เคยเกิดขึ้นได้แก่เรื่องการปลอมเอกสาร อ้างอิงในประวัติย่อของ เดวิด เอ็ดมอนสัน CEO ของเรดิโอ แช็ก

(Radio Schack) ที่ แถลงเท็จไว้ ในประวัติว่า เขาได้รับปริญญาด้าน จิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแปซิฟิก โคส แบ๊บติสต์ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่ง ไม่เคยมีบันทึกว่าเขาเคยศึกษาที่นั่นเลย หรือเคนเน็ธ ลอนชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่ การเงินและผู้บริหารระดับสูงของ

เวอริตาสซอฟต์แวร์ ต้องลาออก หลังจากที่บริษัทจับได้ว่าเขาให้ประวัติการศึกษาเท็จรวมถึงการอ้างว่า ได้จบ MBA จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ผู้สมัครในทุกวันนี้ส่วนมากมักจะแถลงไม่ค่อยตรงกับความ จริงทั้งในเรื่องของประวัติ ประสบการณ์ และเอกสารอ้างอิงอื่นๆ ผู้สมัครมักขยายความเป็นจริง ทั้งนี้จากสถิติบ่งไว้ว่าผู้สมัครเกือบ 36%หลอกลวง

นายจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในหลายๆ เรื่องสำหรับผู้สมัคร ลอกลวง ลำดับแรกได้แก่การเสียเวลาในการสัมภาษณ์ ว่าจ้าง การบรรจุงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ไม่สุจริต ลำดับที่สองได้แก่ รขาดความมั่นใจจากสาธารณชนที่มีค่ายิ่งหลังจากมีการพบความไม่สุจริต

ลำดับที่สามได้แก่การเสียชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือจาก การใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารจากพนักงาน ลำดับที่สี่ได้แก่ค่าใช้จ่าย ในการดำเนินกระบวนการสรรหาทั้งหมดใหม่ และสุดท้ายคือความน่าเชื่อถือของคุณเองในการคัดคน

ยังโชคดีที่มีเงื่อนไขบางอย่างในใบสมัครและประวัติย่อที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการว่าจ้างได้

  • ใบสมัครที่ไม่สมบูรณ์ ถ้าในช่องที่เว้นไว้ให้เติมข้อความถูกทิ้งให้ว่างไว้ หรือข้อมูลบางอย่างถูกละเว้น อาจหมายถึงว่าผู้สมัครได้ซ่อนบางอย่างไว้ เช่น ถ้าผู้สมัครเคยถูกเลิกจ้างมาก่อนก็อาจจะเว้น ไม่ระบุถึงเหตุผลที่ออกจากงานเดิมเพราะเกรงว่าใบสมัครจะไม่ได้รับ การพิจารณาโดยปริยาย ผู้สมัครบางคนทราบดีว่า เขาจะไม่ได้รับการ พจารณาถ้าคุณทราบว่าเขามีผลงานไม่น่าพอใจ มีปัญหากับหัวหน้างาน หรือแสดงกิริยาดูถูกลูกค้า
  • ใบสมัครที่ไม่ได้ลงนาม เมื่อมีการลงนามในใบสมัคร มันกลายเป็น เอกสารที่เป็นทางการที่ข้อมูลต่างๆ จะถือเป็นข้อมูลที่ถูกต้องที่ผู้สมัครแสดงความจริงเกี่ยวกับประวัติการจ้างงาน การศึกษา การอ้างอิง และทักษะ ถ้าคุณยอมรับใบสมัครที่มิได้ลงนามและตกลงว่าจ้าง

ผู้สมัครนั้น คุณอาจจะพบความยุ่งยากที่จะเลิกจ้างเขาในภายหลัง ด้วยข้อหาให้ข้อมูลเท็จ

  • ช่องว่างในประวัติการทำงาน ในกรณีที่มีช่วงเวลาขาดหายไปโดยไม่ปรากฏการทำงานหรือศึกษาต่อ ก็น่าจะเกิดคำถามว่า แล้วเขาไปทำอะไรในช่วงนั้น บางคนที่ต้องการซ่อนประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจ (ซึ่งเขาอาจถูกไล่ออกหรือผลงานไม่ดี) ก็อาจมีช่องว่างในประวัติการ ทำงานได้ นอกจากนี้ บางคนอาจปิดบังความจริงเพราะต้องโทษ จำคุกก็ได้
  • ข้อมูลที่ขัดแย้งกันเอง คนส่วนใหญ่หากพูดหรือให้ข้อมูลที่ไม่ตรง กับความเป็นจริงมักจะมีปัญหาในการจำเรื่องที่เคยแจ้งไว้ เช่น วันที่ ชื่อคน หรือสถานที่
  • ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เหตุผลหนึ่งที่ต้องตรวจสอบประวัติหรือสอบถาม กับบุคคลอ้างอิงก็เพื่อขจัดข้อมูลที่เป็นเท็จ ซึ่งปรากฏในใบสมัคร หรือประวัติย่อ เช่น วันเริ่มทำงานถูกต้องหรือไม่ หรือหน้าที่การงาน ที่บรรยายไว้ถูกต้องหรือไม่ หรือเหตุผลที่ลาออกจากงานตรงกัน หรือไม่
  • เหตุผลในการลาออกจากงานไม่เหมาะสม ผู้สมัครระบุถึงเหตุผลอันเป็นมูลฐานของการลาออกจากนายจ้างเดิมอย่างไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากเขาไม่อยากบอกความจริงทั้งหมด ผู้สมัครที่ถูกปลดออก จากงานอาจไม่บอกตรงๆ แต่จะบอกอ้อมๆ แทน

Incomplete application If in the space provided, fill in the text is left blank Or some information is ignored It may mean that the applicant has hidden something. For example, if the applicant has been terminated before, he may be Did not specify the reason for leaving the job because he was afraid that the application would not Implicit consideration Some applicants know that He will not receive Prachanana, if you know that he is not satisfactory. Having problems with supervisors Or show contempt for customers

Unsigned application When the application is signed, it becomes an official document that various information It is considered to be accurate information that the applicant shows the truth about employment history, education, references and skills. If you accept an unsigned application and agree to be hired

That candidate, you may find it difficult to terminate him later. Charged with false information

Gap in work history In the event that the period is absent without showing work or further study Should be questioned And what did he do during that time Some people who want to hide an unsatisfactory experience (Which he may be fired or poor work), there may be gaps in work history. In addition, some people may conceal the truth because of imprisonment.

เคล็ด(ไม่)ลับ35

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ34 คำเตือนประวัติย่ออาจทำให้หัวหมุน

เคล็ด(ไม่)ลับ34

เคล็ด(ไม่)ลับ34

ในฐานะผู้จัดการสรรหา คุณได้รับประวัติย่อควบคู่กับใบสมัคร เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็นช่วยคุณในการตัดสินใจจ้างงาน คุณได้ทราบถึง วุฒิการศึกษา รายละเอียดของประสบการณ์จากงานเดิม และเน้นถึงความสามารถที่ผู้สมัครมี ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ มาอยู่ในมือที่ปลายนิ้ว คุณนี่เอง

แต่มันเป็นจริงไหม บางทีก็ไม่ ผู้สมัครที่เขี้ยวๆ ทราบดีว่าประวัติ ย่อนั้นเป็นเสมือนเครื่องมือทางการตลาดของเขา และเขาจะเพิ่มหรือลด ข้อมูลอะไรบางอย่างเพื่อให้เขาดูดีที่สุดก็ได้ คุณเองก็อาจทำอย่างนี้กับ ประวัติของคุณเหมือนกัน

ผู้สมัครอาจไม่จำต้องพูดปดก็ได้ แต่คุณเชื่อบนพื้นฐานของความน่าจะเป็นได้เลยว่า ต้องมีเหตุผลที่เขาเหล่านั้นบิดเบือนภูมิหลังหรือข้อมูล

บางอย่างเพื่อให้เขาดูดี ผู้สมัครที่ฉลาด เข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างความ ประทับใจแต่แรก ผลก็คือ คุณต้องทำ อะไรบางอย่างในอันที่จะขุดค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ออกมาให้ได้จาก เอกสารของผู้สมัคร

ผู้จัดการสรรหาต้องมีเครื่องมือ ป้องกันของตัวเองที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการค้นหาความจริงจาก ผู้สมัคร ประโยคต่อไปนี้ น่าจะช่วย ให้เครื่องมือจับผิดของคุณหมุนเร็วจี๋ และตีความจากถ้อยคำเหล่านั้น

  • “จะอธิบายในตอนสัมภาษณ์” ที่ระบุไว้บนใบสมัครแปลว่า มีเรื่องที่ยุ่งยากซ่อนอยู่ในคำตอบที่คุณกำลังดูอยู่และน่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก
  • ในช่องของ “เงินเดือนที่ต้องการ” หรือ “เงินเดือนเดิม” ทิ้งว่างไว้ แปลว่าอาจมีความผิดปกติในค่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นอัตราที่คุณเสนอ หรือจำนวนที่ผู้สมัครคาดหวัง
  • การที่ไม่กรอกข้อความอาจหมายความว่า หากใส่ลงไป อาจทำให้ไม่ได้งานก็ได้
  • การละเลยในเรื่องวันที่บนใบสมัครหรือประวัติ อาจหมายถึงว่าประสบการณ์หรือการศึกษานั้นล้าสมัย
  • การอธิบายไม่ชัดเจน อาจหมายถึงการไม่อยากให้รายละเอียด
  • ตรงบรรทัดแรกของประวัติที่ระบุถึงวัตถุประสงค์ของการสมัครว่า “ต้องการเป็นผู้สมัครที่โดดเด่นและสร้างผลงานที่มีคุณค่า” หมายถึง การใช้ถ้อยคำสำนวนที่ฟังดูดีเพื่อซ่อนความจริงที่ไม่สามารถเติมเต็มได้
  • การระบุถึงภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบมากกว่าจะบอกถึงผลงานความสำเร็จในประวัติอาจหมายความว่า ผู้สมัครไม่เคยประสบความสำเร็จที่จะชูให้โดดเด่นเหนือกว่าผู้สมัครอื่น

เมื่อเครื่องมือจับผิดของคุณหมุนร้องเตือน ให้ใช้คำถามเชิงหยั่ง ซึ่งจะทำให้ทราบถึงสิ่งที่ผู้สมัครอาจซ่อนไว้ เช่น

  • ที่คุณระบุไว้ว่า “จะอธิบายในตอนสัมภาษณ์” ทำไมหรือ คุณมีอะไรจะบอกหรือ
  • งานเดิมคุณมีรายได้เท่าไร ปัจจุบันคุณมีเงินเดือนเท่าใด
  • คุณอาจลืมใส่ข้อความตรงนี้ จะเติมตอนนี้ไหม
  • คุณจบการศึกษาตั้งแต่เมื่อใด คุณทำอะไรในช่วงห้าปีที่คุณไม่ได้ระบุในประวัติ
  • กรุณาเล่าเพิ่มเติมว่าในงานนี้คุณทำอะไรบ้าง
  • คุณมองหางานอะไรในก้าวต่อไป คุณมีแรงจูงใจอะไรให้มองหางานใหม่
  • ช่วยบอกถึงผลงานเด่นๆ ของคุณสักสองสามอย่างในงานเดิม

Recruitment managers must have tools. Effective protection itself To use to find the truth from the applicant, the following sentence should help the tool catch your speed. And interpreted from those words

“Will be explained in the interview” specified on the application, meaning There is a tricky story hidden in the answer you’re looking at, and probably not a good story.

In the box of “Preferred Salary” or “Old Salary”, leave blank, meaning that there may be irregularities in wages. Whether the rate you offer Or the amount that the applicant expects

Failure to fill out the text may mean that if you enter it, it may not work.

Neglect of the date on the application or history It may mean that the experience or education is outdated.

The explanation is not clear. It may mean not wanting the details

At the first line of the history that indicates the purpose of the application “Wanting to be an outstanding candidate and create valuable work” means using words that look good to hide the truth that cannot be fulfilled.

Identifying missions and responsibilities rather than describing work. Success in history may mean that Candidates never succeeded to stand out above other candidates.

When your faulty tool spins a warning To use fathom questions This will make you aware of things that the applicant may have hidden such as

That you specified that “Will explain in the interview” Why or do you have something to say?

เคล็ด(ไม่)ลับ34

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ33 อย่ารอจนมีตำแหน่งว่าง

เคล็ด(ไม่)ลับ33

เคล็ด(ไม่)ลับ33

นี่คือภาพที่เกิดขึ้นเสมอ พนักงานดาวเด่นในตำแหน่งสำคัญ แจ้งการลาออก สิ่งแรกที่คุณทำคือการเริ่มกระบวนการหาคนมาแทน

คุณช้าไปเสียแล้ว หากคุณเสียเวลารอจนได้รับการลาออก อย่างเป็นทางการจึงจะลงมือเสาะหาคนเก่งมาแทนที่ พนักงานนั้นมีการ สืบเสาะหาตำแหน่งงานใหม่หรือสูงกว่าเดิมอยู่เสมอ (คุณก็คงทำแบบเดียวกันบ้างแหละ) ฉะนั้น เพื่อให้ดูยุติธรรม คุณน่าจะคิดล่วงหน้า หรือแม้แต่ทาบทามคนอื่นบ้าง เพราะคุณอาจได้รับคำบอกกล่าวล่วงหน้า เพียงสองอาทิตย์เท่านั้น

เมื่อมันต้องใช้เวลาบ้างในการหางานใหม่ ผู้จัดการงานสรรหาก็ต้องตระหนักเช่นกันว่า มันต้องใช้เวลาในการพัฒนาการสร้างสายสัมพันธ์ ปลูกสายใยที่จะเตรียมไว้ชักชวนคนมาสมัครงาน หรือแม้แต่การที่จะบ่มพนักงานที่มีศักยภาพที่จะก้าวไกลเพื่อให้มั่นใจว่ามีผู้สมัครที่ โดดเด่นเข้าแถวรอให้เลือก เมื่อมีตำแหน่งว่าง

ก่อนอื่นคือกระบวนการสรรหาไม่ได้เป็นแบบที่เคยเป็นแล้ว ลองนึกถึงภาพการสรรหาในสถาบัน หากคุณคิดเพียงว่าไปร่วมงานในวันสัมภาษณ์นักศึกษาปีสุดท้ายเพื่อขอแบ่งตัวคนเก่งๆ มาบ้าง คุณคิดผิด ช้าไปต๋อย! นายจ้างรายอื่นอาจผูกสัญญากับคนเก่งๆ ไว้ตั้งแต่ยัง น้องใหม่โดยเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลน เช่นกลุ่มไฮเทค ผู้จัดการสรรหาที่คิดล่วงหน้าเหล่านั้น ไปพูดที่หน้าชั้น ร่วมงาน สถาบัน ลงโฆษณาในวารสารของสถาบัน อุปถัมภ์กิจกรรมต่างๆ พัฒนาโครงการฝึกงานและทำข้อผูกมัดไปก่อนแล้ว

ลองพลิกมาเป็นฝ่ายรุกบ้างด้วยการสอบถามพนักงานคุณเอง ใครจะมาแทนเขาได้บ้าง เหมือนอย่างเช่น CEO คนหนึ่งให้ผู้จัดการ เธอช่วยคิดหาคนแทนไว้อย่างน้อยคนละสามคน ในกรณีที่มีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทีมงานของเธอตั้งชื่อโครงการนี้ว่า “การเตรียม ความพร้อมหากถูกรถเมล์ชน” แต่ละคนได้รับคำร้องขอให้คิดว่าใครจะมาแทนที่ได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ อย่างนั้น

ผู้บริหารของที่นั่นถูกกระตุ้นให้ไปร่วมกิจกรรมของหอการค้า ท้องถิ่นและการประชุมของเครือข่ายทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เข้าร่วม เป็นสมาชิกขององค์กรทางวิชาชีพ เลือกเชิญคนมาร่วมรับประทานอาหารด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้หาคนที่พร้อมจะมาแทนที่ได้ในกรณีที่ต้องมีคนหายไปเพราะเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันหรือแม้แต่การยื่นใบลาออก

หากคุณให้พนักงานของคุณเป็นผู้เพาะสายสัมพันธ์กับคนที่มา ทดแทนได้ ต้องมั่นใจว่าเขารู้ว่าจะต้องพูดถึงบริษัทหรืองานในมุมดีๆ ได้อย่างไร คุณต้องการให้เขากระจายข่าวออกไปเกี่ยวกับ “นายจ้าง ในฝัน”

  • เปิดรับใบสมัครหรือประวัติส่วนตัว แม้คุณจะไม่มีตำแหน่งว่าง เพราะ นี้จะทำให้คุณได้ประวัติของผู้สมัครที่สนใจงาน
  • สัมภาษณ์ผู้สมัครไปเรื่อยๆ แม้จะไม่มีตำแหน่งว่าง เสาะหาผู้สมัครที่โดดเด่นเพื่อมาเสริมทีมที่มีอยู่
  • อาจต้องรับผู้สมัครที่โดดเด่นเข้ามาก่อนแม้จะยังไม่มีตำแหน่งให้ลง หากเขามีทักษะที่เหมาะสมและสถานการณ์เป็นใจ ลองจ้างแบบ ช่วงสั้นๆ หรือเป็นพนักงานชั่วคราวไปก่อนจนกว่าจะมีตำแหน่งงาน เปิดให้ให้เกียรติสัมภาษณ์ผู้สมัครที่พนักงานหรือผู้บริหารแนะนำมาเพื่อค้นหาคนเก่งๆ
  • ให้ลูกน้องคุณกำหนดคนแทนที่เขาสักหนึ่งถึงสามคนทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร จัดประชุมระหว่างอาหารกลางวันง่ายๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกน้องเปิดเผยเกี่ยวกับหน้าที่การงานเพื่อช่วยหาคนมาแทน
  • สนับสนุนให้พนักงานแนะนำผู้สมัครจากเพื่อนร่วมงานเดิมเพื่อนบ้านหรือมิตรสหาย
  • ดำเนินการเสาะหาผู้สมัครอย่างต่อเนื่องโดยวิธีการสรรหาโดยตรงลองนึกถึงคู่ค้า นายจ้างอื่นๆ โดยการส่งพนักงานบริการลูกค้าออกไป เยี่ยมเยียนคู่แข่ง เพื่อปรับปรุงงานบริการที่ดีเลิศ แจกนามบัตรหรือ การ์ดแมวมองหาคนเก่ง เพื่อกระตุ้นให้พนักงานโทร.ไปติดต่อ
  • ต้องกระตือรือร้นในงานของคุณตลอดเวลา และหมั่นไปร่วมประชุมเครือข่ายเสมอๆ

อย่าลืมนึกถึงงานของคุณ ต้องหาคนที่จะทดแทนตัวคุณด้วย เพื่อคุณจะโชคร้ายจากรถเมล์ ขณะเดียวกันสอดส่องในองค์กร คุณว่าตำแหน่งไหนที่คุณอยากจะไปโต

May have to pick up outstanding candidates before even having no positions If he has the right skills and circumstances, try to hire a short-term or temporary employee until he has a job position. Open to honor the interview of applicants that employees or executives recommend to find talented people

Let your subordinates assign people to replace one or three people, both from within and outside the organization. Organize a meeting between simple lunches In order to allow the subordinates to reveal about their work to help find a replacement

Encourage employees to suggest candidates from former colleagues, neighbors or friends.

Continue to search for candidates by direct recruitment. Think about other employers’ partners by sending out customer service personnel. Visiting competitors To improve service excellence Give away business cards or Sentinel card for good people To encourage employees to call

Be enthusiastic about your work at all times. And always join the network meeting

Don’t forget to think of your work. Must find someone who will replace you as well So you are unlucky from the bus At the same time, surveillance in the organization. What position do you want to grow?

เคล็ด(ไม่)ลับ33

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ32 ยอมเสียมารยาทบ้าง ไม่ต้องทำตามแม่สอน

เคล็ด(ไม่)ลับ32

เคล็ด(ไม่)ลับ32

แม่คุณคงเคยสอนให้คุณเป็นคนสุภาพ นั่งตัวตรง เวลาเคี้ยว ต้องปิดปากและอย่าพูดขัดจังหวะใคร

คุณแม่คุณผิดเสียแล้ว!

แต่ก็เฉพาะในเรื่องของการขัดจังหวะ แต่นั่นอาจเป็นเพราะแม่คุณไม่เคยเป็นผู้สัมภาษณ์ในโลกยุคพัฒนาที่กฎหมายการเลือกปฏิบัติมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง

สมมติว่าคุณเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “กรุณาเล่าเกี่ยวกับตัวคุณค่ะ” มันอาจจะดูเหมือนว่า นี่คือทางที่ดีที่สุดที่จะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครเล่าถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขา แล้วเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะถามคำถามกว้างๆ แบบนี้ ด้วยหวังจะได้ฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ ในงานเดิม ภูมิหลังทางการศึกษาและ ข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับหน้าที่การงาน แต่ คุณกลับได้คำบรรยายละเอียดเกี่ยวกับ สถานภาพการสมรส จำนวนบุตร การ เลี้ยงดูบุตร หรือประเด็นอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยว กับเรื่องงาน ถึงแม้จะเสียมารยาทแต่ ไม่ผิดที่จะตัดบทการสนทนาเสีย

ผู้บริหารบางคนอาจคิดแบบอ่อนพรรษาว่าเพราะผู้สมัครเปิดเผย ข้อมูลด้วยความสมัครใจเอง ก็อาจยอมรับได้ แต่คุณต้องพึงระลึกว่า คุณไม่ได้ถูกละเว้นจากการผิดกฎหมายเลือกปฏิบัติเพียงเพราะผู้สมัคร อยากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวด้วยความสมัครใจเอง

เนื่องด้วยนายจ้างมีภาระที่ต้องพิสูจน์ในคดีการเลือกปฏิบัติ ประเด็นที่ต้องพิสูจน์คือนายจ้างต้องยืนยันว่า ไม่ได้ใช้ข้อมูล เหล่านั้นในการตัดสินใจจ้าง และหรือ เมื่อคุณตัดสินใจจ้างผู้ชายหลังจาก ปฏิเสธผู้หญิงที่เปิดเผยถึงสถานภาพ การสมรสหรือเกี่ยวกับบุตร มันพิสูจน์ ยากว่าข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้นำมาใช้ใน การตัดสินใจ

เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้ ให้ยึดคำถามที่เกี่ยวกับงานโดยตรงจะ ดีกว่า หากคุณใช้คำถามเดียวกันกับผู้สมัครทุกคน คุณจะสะดวกมาก ในการยืนยันว่าคุณสนใจสอบถามประเด็นเดียวกันกับผู้สมัครทุกคน

ดึงผู้สมัครให้ออกห่างจากหัวข้อที่อันตรายแม้จะเปิดเผยด้วย ไมตรีจิตและตามมารยาทสังคม ตัวอย่างเช่น คุณถามคำถามผิดว่า “กรุณาเล่าเกี่ยวกับตัวคุณด้วย” ทันใดนั้นผู้สมัครก็เปิดเผยว่าเธอมี ลูกสิบคนและหย่าแล้ว หยุดการสนทนาทันที่แม้จะรู้สึกว่าคุณ เสียมารยาท คุณแม่คุณอาจตำหนิแต่เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วย

นี่คือคำแนะนำที่จะตัดบทการสนทนาและดึงกลับมาที่คําถาม เกี่ยวข้องกับงาน

  • ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่ดิฉันอยากให้เราใช้เวลาทั้งหมดอยู่กับเรื่องงานมากกว่า ฉะนั้น กรุณาเล่าเรื่อง ดี กว่าค่ะ
  • ดิฉันไม่อยากเสียมารยาท แต่เรามีเวลาเพียงสามสิบนาทีสำหรับการสัมภาษณ์ อยากให้เวลากับเรื่องงานและประสบการณ์ของคุณให้มาก ช่วยเน้นถึง………
  • ขอย้อนกลับไปที่คำถามตอนต้นอีกครั้ง
  • ขอให้เราสนทนาตามประเด็นที่ได้เตรียมไว้ ขอถามว่า……..

การขัดจังหวะอาจทำให้ดูเงอะงะหรือไม่ค่อยจะราบรื่นนัก แต่ย่อมดีกว่าที่จะปล่อยให้ผู้สมัครเล่าเรื่องส่วนตัวหรือไม่เหมาะสม ซึ่งอาจนำมาฟ้องร้องคุณได้ หากผู้สมัครไม่ได้รับการว่าจ้างและฟ้องร้องว่า คุณเลือกปฏิบัติ

Pulling the candidates away from dangerous topics, even when exposed Goodwill and social etiquette. For example, you ask the wrong question. “Please tell me about yourself.” Suddenly, the applicant revealed that she had Ten children and divorced Stop the conversation immediately, even if you feel that you lose manners. You may blame you, but you are not there.

This is a suggestion to cut the conversation and pull back to the question. Related to work

Sorry for interrupting But I want us to spend more time on the job, so please tell us better.

I don’t want to lose manners. But we only have thirty minutes for the interview Would like to give more time to your work and experience Help focus ………

Let’s go back to the beginning question again.

Let us discuss the issues that have been prepared. Ask … … ..

Interrupting may make it look clumsy or not smooth. But it is better to let the applicant tell personal or inappropriate stories Which may be brought against you If the applicant is not hired and sued You choose to practice

เคล็ด(ไม่)ลับ32

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ31 หลีกเลี่ยงคำถามเกี่ยวกับศาสนา

เคล็ด(ไม่)ลับ31

เคล็ด(ไม่)ลับ31

เคยมีข้อแนะนำว่า ในระหว่างงานเลี้ยงมื้อค่ำ คุณไม่ควรหยิบ เรื่องศาสนาหรือการเมืองมาสนทนา การสัมภาษณ์ผู้สมัครงานก็เช่นกัน ไม่ใช่การไปเที่ยวแน่นอน ย่อมอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน ถ้าพูดถึงประเด็น เกี่ยวกับศาสนาเมื่อไหร่ กฎหมายก็เข้ามาจับผิดทันที

กฎหมายชี้ชัดเจนว่า เราไม่อาจหยิบประเด็นเกี่ยวกับความเชื่อของผู้สมัครมาเป็นข้ออ้างในการตัดสินใจจ้างงาน ฉะนั้น ขึ้นอยู่กับ ตัวคุณที่จะดำเนินการสัมภาษณ์ในทางที่ไม่นำคุณไปสู่ข้อหาการเลือก ปฏิบัติ คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าไม่ควรถามคำถามเหล่านี้

  • คุณไปโบสถ์ที่ไหน
  • คุณนับถือศาสนาเมโทดิสหรือเปล่า
  • โบสถ์ศาสนายิวของคุณตั้งอยู่ที่ไหน

อีกปัญหาหนึ่งก็คือ เรื่องของการจัดเวลาทำงานและการสัมภาษณ์ ถ้างานของคุณต้องการคนที่สามารถทำงานตามตาราง หากการทำงานมีเวลาที่ยืดหยุ่น หรือทำงานในวันหยุด

ทางศาสนา คุณควรสอบถามจากผู้สมัคร ทุกคนว่า “หากโรงงานของเราต้องทำในวันเสาร์สองวันและวันอาทิตย์สองวัน ในแต่ละเดือน คุณจะขัดข้องไหม”

หากผู้สมัครได้แจ้งไว้แล้วว่าเขาไม่ สามารถทำงานในบางวันได้ เพราะหลัก ทางศาสนาหรือความเชื่อของเขา อย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธผู้สมัครนั้น นายจ้างมีพันธะองพิจารณาว่าจะปรับเปลี่ยนตารางได้หรือไม่ เช่น หากได้กำหนดให้ลูกจ้างต้องทำงานเดือนละสองเสาร์และสองอาทิตย์ แต่ลูกจ้างปฎิบัติงานไม่ได้เพราะความเชื่อของเขา บางที่อาจจัดตารางให้เขาทำงานวันอาทิตย์สี่วันแทนก็ได้

ในกรณีเดียวกัน หากผู้สมัคร หรือพนักงานแจ้งไว้ว่า เขาอาจต้องคลุมหน้าหรือสวมใส่เสื้อผ้าตามที่ ศาสนากำหนดในช่วงเวลาทำงานหรือ สัมภาษณ์ คุณมีพันธะต้องอนุญาต ตราบใดที่ไม่ได้สร้างภาระหรือจ่ายเงิน เพิ่มใดๆ การอนุญาตนี้เป็นเรื่องง่ายๆ เหมือนการกําหนดระเบียบการแต่งกาย

อย่างไรก็ตาม คุณต้องฉุกคิดด้วยว่าเครื่องแต่งกายแบบนั้น ต้องไม่ก่ออันตรายในระบบความปลอดภัยด้วย ปัญหาของผู้จัดการ สรรหาคัดเลือกก็คือค่อนข้างยากที่จะออกระเบียบให้เหมาะสมกับทุกๆ กรณี ผู้บริหารต้องคอยประเมินข้อเท็จจริงของสถานการณ์และใช้ดุลพินิจ ให้เหมาะสมทั้งแก่ธุรกิจและสิทธิของพนักงานหรือผู้สมัครด้วย

ตัวอย่างเช่น เมื่อไม่นานมานี้ มีข้อถกเถียงกันถึงสิทธิของพนักงาน นุสลิมในที่ทํางาน มสลิมต้องละหมาดวันละห้าครั้งตั้งแต่เช้ามืดถึงช่วงค่ำ หมายความว่า พนักงานต้องปฏิบัติตามความเชื่อของเขาสอง ถึงสามครั้งในช่วงเวลางาน แม้การสวดจะสั้นแต่ต้องไม่มีการขัดจังหวะในช่วงดังกล่าว

โดยปกติสามารถกำหนดในช่วงเวลาพักปกติได้แต่น่าจะกำหนด แยกออกไปจะดีกว่า นายจ้างบางรายจัดห้องให้ต่างหาก ซึ่งพนักงานอื่น ก็สามารถใช้ได้โดยการขออนุมัติล่วงหน้า มุสลิมยังต้องมีการสวดอีกในวันศุกร์ตอนกลางวัน ซึ่งกินเวลา ประมาณ 45 ถึง 90 นาที เพื่ออำนวยความสะดวก ควรอนุญาตให้ ขยายเวลาอาหารกลางวันออกไป

In the same case, if the applicant or employee stated that He may have to cover his face or wear clothes as Religion determined during working hours or interviews. You have a commitment to allow. As long as it doesn’t create any burden or pay extra, this permission is easy. Like setting the dress code

However, you have to think about that costume like that. Must not cause harm to the safety system as well Manager’s problem Recruiting is quite difficult to set up regulations to suit every case. Management must evaluate the facts of the situation and use discretion. To suit both the business and the rights of employees or applicants as well

For example, recently There is a debate about the rights of employees. Slim in the workplace Slim must pray five times a day from dawn to dusk, meaning that the employee must follow his faith. Three times during the event period Even though the prayers are short, there must be no interruption during that time.

เคล็ด(ไม่)ลับ31

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com

เคล็ด(ไม่)ลับ30 อยากรู้มากไปอาจตัดอนาคต

เคล็ด(ไม่)ลับ30

เคล็ด(ไม่)ลับ30

มนุษย์โดยทั่วไป มักชอบช่วยเหลือและเป็นห่วงคนอื่น หากเราเห็นใครหิ้วถุง พะรุงพะรัง เรามักเสนอตัวช่วยแบ่งมาถือ เมื่อเรากำลังเห็นใครกำลังใช้ไม่เท้าพยายามเปิดประตูที่หนักๆ เรามักเสนอตัวเข้าช่วย หรือหากเราเห็นใครบางคนนั่งรถเข็น เรามักถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่คำถามที่ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือที่คล้ายๆ กัน อาจนำคุณไปสู่บ่วงได้ในระหว่างการสัมภาษณ์

หากคุรเห็นคนที่มีความผิดปกติทางร่างกาย คำถามท่ถามได้ในงานเลี่ยงสังสรรค์ อาจนำคุรไปสู่ศาลได้หากคุณหยิบมาถามในการสัมภาษณ์งาน ในการสัมภาษณ์เบื้องต้น หลังจากที่คุณทบทวนทำเนียบงานที่บ่งถึงหน้าที่หลักๆ แล้ว คุรอาจจะถามได้ว่า “คุณจะปฎิบัติตามภารกิจสำคัญส่วนนี้โดยใช้หรือไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือ” คำถามนี้ควรหยิบมาถามผุ้สมัครทุกคน ไม่ว่าเขาจะพิการหรือไม่

ในบางครั้งผู้สมัครที่มีความพิการอาจร้องขออุปกรณ์ วึ่งอาจรวมถึงตอนที่ทดสอบความถนัดด้วย (เช่น ขอสอบปากเปล่าหรือสอบไม่จำกัดเวลา) หรือรวมทั้งการใช้ผู้ใบ้ภาษามือ ตราบใดที่เครื่องมือเหล่านั้นไม่สร้างความยุ่งยากหรือ ค่าใช้จ่ายใดๆ กฎหมายบังคับให้คุณต้องปฎิบัติตามคำร้องขอนั้นๆ

ถ้าผู้สมัครเปิดเผยว่ามีความบกพร่องทางร่างกายหรือคุณก็ไม่แน่ใจว่าเขาสามารถทำงานตามที่รับมอบหมายได้หรือไม่ เพราะความบกพร่องนั้น คุณสามารถถามอย่างถูกกฎหมายได้ว่า “กรุณาบอกหน่อยว่า คุณจะปฎิบัติภารกิจโดยใช้หรือไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยได้อย่างไร”

เมื่อผู้สมัครเปิดเผยว่าเขาปฎิบัติงานนั้นได้ คุณต้องถือว่าเค้าเป็นผู้สมัครที่มีความผิดปกติ คุณจะต้องพิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศเท่านั้นว่าจะปฎิบัติงานได้หรือไม่ และต้องพิจรณาภายใต้กฎหมายเงื่อนไขของผู้พิการ American with Disabilities Act (ADA)

อุปกรณ์ช่วยงานอาจทำขึ้นได้โดยใช้เงินเพียงเล็กน้อยหรือปรับแต่งนิดหน่อย ในความเป็นจริง 71 เปอร์เซ็นของอุปกรณ์ดังกล่าวราคาประมาณ 500 เหรียญ หรือต่ำกว่านิดหน่อย ขณะที่ 20 เปอร์เซ็นไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ได้จากการสอบถามจากเครื่อข่ายได้สนอุปกรณ์ช่วยทำงาน

คุณอาจจะอยากให้เกรียติแก่ผู้สมัครที่พิการโดยเลี่ยงใช้ภาษาสละสลวย เช่น แทนที่จะพูดว่า ครพิการที่นั่งรถเข็น อาจใช้คำแทนว่าผู้ที่นั่งรถเข็น ใช้คำว่าผู้ที่มีความบกพร่่องทางร่างกาย ดีกว่าที่จะใช้คำว่าทุพพลภาพ (ซึ่งทำให้นึกถึงคนพิการที่มักถือหมวกไว้ขอทาน) หรือคนพิการ

การเสนอความช่วยเหลือแก่คนพิการไม่ผิดหรอกแต่ต้องทำอย่างระมัดระวัง ตัวอย่งเช่น อย่าไปจับแขนของผู้สมัครที่สายตาไม่ปกติ แต่ควรทำเพียงยื่นแขนของคุณไปให้เขาเกาะหรือบอกทางก็พอ ทางที่ดีควรให้เขาเป็นฝ่ายบอกว่า เขาต้องการความช่วยเหลือหรือสนับสนุนอย่างไรจะเหมาะสมกว่า

The auxiliary equipment may be made with little money or a little customization. In fact, 71 percent of such devices cost about 500 dollars or a little lower, while 20 percent have no cost at all. Which these numbers can be obtained from the inquiry from the network, which helps the device to work

You may want to be more cautious for disabled applicants by avoiding euphemism, for example, instead of saying Wheelchair seat May use the words instead of the wheelchair Use the word “person who has physical fitness” Better to use the term disability (Which reminds people with disabilities that often hold a hat to beggars) or people with disabilities

Offering assistance to people with disabilities is not wrong, but must be done carefully. For example, do not touch the arms of an applicant with unusual eyesight. But should do it only to put your arm to him. The best way is to have him say that He must ช่วยเหลือHow to help or support is more appropriate.

If the applicant is revealed to be physically impaired or you are not sure whether he can work as assigned or not Because of that defect You can ask legally that “Please tell me How do you perform a mission using or not using the help device? ”

เคล็ด(ไม่)ลับ30

ขอบคุณรูปภาพ : google

แนะนำติชม : firetradeeurope.com